การเลี้ยงปลาคราฟ ให้โตไว

การเลี้ยงปลาคราฟให้โตไว

เทคนิคการเลี้ยงปลาคราฟให้โตเร็ว

ควรเริ่มต้นด้วยการขุดบ่อ ขนาด 80×120 ลึก 50 เซนติเมตร มีสะดือที่ก้นบ่อ ขนาด 1×2 ฟุต ลึกประมาณ 4-6 นิ้ว เพื่อไว้เป็นที่เก็บปลาและสิ่งสกปรกค่ะ ที่สำคัญควรติดตั้งระบบถ่ายเทน้ำเสียเพื่อช่วยให้น้ำในบ่อสะอาดอยู่ตลอดเวลา และควรติดตั้งปั้มออกซิเจน เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้กับปลาอีกด้วยค่ะ

 1.บ่อที่จะใช้เลี้ยงปลาคราฟ

ควรเป็นบ่อซีเมนต์ เพราะสามารถดัดแปลงเป็นบ่อธรรมชาติได้ง่ายมีตะใคร่น้ำเกิดและเกาะได้เร็ว ซึ่งตะไคร่น้ำน้ำนั้น จะเป็นอาหารที่ดีของปลาและดูดสิ่งสกปรกและแอมโมเนียที่อยู่ในน้ำได้อีกด้วย และบ่อนี้ควรจะตั้งอยู่ในที่ร่ม เพราะเงาต้นไม้ใหญ่จะให้ความร่มรื่น อย่าให้บ่ออยู่กลางแจ้งเพราะจะทำให้ปลามีสีสันที่จืดจางลงค่ะ และยังดตช้าอีกด้วย ทางที่ดีต้องติดตั้งระบบหมุนเวียนน้ำ และเครื่องพ่นน้ำ เพื่อเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้น้ำในบ่อถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา และมีออกซิเจนเพียงพอกับปลาด้วยค่ะ

2.น้ำที่ใช้เลี้ยงปลาคราฟ

ควรเป็นน้ำประปาจะดีกว่าน้ำชนิดอื่น เพราะน้ำประปามีสภาพเป็นกลางค่ะ ซึ่งน้ำฝนหากใช้ในการเลี้ยงปลาจะทำลายสีของปลาและปลาอาจเกิดโรคได้ง่าย ส่วนน้ำจากแม่น้ำลำคลองก็ไม่เหมาะค่ะ เพราะอาจมีเชื้อดรคติดมาเป็นอันตรายกับปลาได้ หากไม่มีน้ำประปา ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อและเติมปูนขาวเพื่อปรับสภาพน้ำจากกรดให้เป็นกลางเสียก่อน แล้วค่อยนำมาเลี้ยงปลาค่ะ

3.การนำปลาคราฟมาเลี้ยง

เมื่อเตรียมบ่อและน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การจะหาปลาคราฟมาเลี้ยง ควรหาลูกปลาที่มีอายุ 1-2 ปี มาเลี้ยงค่ะ ไม่ควรเลี้ยงปลาขนาดใหญมาเลี้ยง และปลาชนิดอื่นหากไม่จำเป็นไม่ควรนำมาเลี้ยงรวมกับปลาคราฟ เพราะอาจนำเชื้อโรคมาให้ปลาคราฟได้ค่ะ

4.อาหารที่ปลาคราฟชอบ

คือ เนื้อปลาป่น กุ้งสดบด เนื้อหอย เนื้อปู ปลาหมึก ข้าวสาลี รำ ผักกาด ข้าวโพด แมลง สาหร่าย ตะใคร่น้ำ แหน ลูกน้ำ หนอนแดง ถั่งเหลือง ขนมปัง และอาหารสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาด

5.หลักการให้อาหาร

ควรให้ไม่เกินวันละ 2 เวลา คือ เช้ากับเย็น ข้อควรจำในการให้อาหาร คือ ต้องให้ตามเวลานะคะ เพื่อที่ปลาจะเกิดความเคยชินและเชื่องกับผู้ที่เลี้ยง และอาหารที่ให้ต้องกะให้พอกับจำนวนปลาด้วยนะคะ อย่าให้น้อยหรือมากเกินไป ทั้งนี้ต้องคอยสังเกตว่า ปลากินอาหารอย่างไร? ถ้าอาหารหมดเร็วแสดงว่าปลายังต้องการอาหารเพิ่มให้เพิ่มลงไปอีกเล็กน้อย แต่ถ้าอาหารยังลอยน้ำอยู่ให้รีบตักออก เพราะว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้จะทำให้น้ำเสียเร็ว

6.การเปลี่ยนน้ำ

เมื่อสังเกตเห็นน้ำในบ่อเริ่มขุ่นและมีสิ่งสกปรกมาก ต้องรีบเปลี่ยน้ำทันที ปละขณะที่เปลี่ยนถ่ายน้ำออก 1 ใน 3 ส่วนของบ่อ จะต้องเพิ่มน้ำใหม่แทนในปริมาณน้ำเท่าเดิม โดยใช้น้ำประปาที่เกฝ้บไว้ประมาณ 2-3 วัน หลังจากที่คลอรีนระเหยแล้ว อย่าใช้น้ำประปาที่รองจากก๊อกใหม่ ๆ หรือน้ำประปาที่เก็บไว้นานเพราะจะเกิดอันตรายต่อปลาได้

7.การรักษาระดับอุณหภูมิน้ำในบ่อ

ควรรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำในบ่อ ให้อยู่ในระดับ 20-25 องศาเซ็นติเกรด หากร้อนจัดหรือเย็นจัด จะทำให้ปลาเติบโตอย่างเชื่องช้าค่ะ

อาหารเสริมปลาคราฟ

1.อาหารปลา ยี่ห้อไหนก็ได้นะคะ ถ้ามีส่วนผสมของสาหร่ายสไปรูลิน่าอยู่ด้วยยิ่งดีค่ะ ถ้าไม่มีผสมอยู่ก็ไม่เป็นไรค่ะ นำอาหารปลามาตำให้แหลกเป็นผง หรือใช้เครื่องปั่นก็ได้ค่ะ (ใช้อาหาร 2-4 กำมือ สามารถลดหรือเพิ่มอาหาร ให้เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของปลานะคะ)

อาหารปลา

2.ฟักทองต้มสุก ปอกเปือกก่อนต้ม หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ไม่ต้องใหญ่มาก ต้มให้สุกนะคะ ข้อดีของฟักทองมีหลายอย่าง แต่ที่เลือกเอามาให้ปลากิน เพราะจะช่วยเรื่องของสีสรร จากเบตาแคโรทีนของฟักทองนั่นเองค่ะ

ฟักทองต้ม

3.หอยแมลงภู่ ต้มให้สุกนะคะ จากนั้นให้นำหอยที่ต้มสุกแล้วมาสับให้ละเอียด ซึ่งในหอยแมลงภู่มีธาตุเหล็กสูง ช่วยในเรื่องบำรุงกระดูก ผิวพรรณ และระบบหมุนเวียนเลือด ปลาจะได้แข็งแรง

หอยแมลงภู่ต้มสุก

4.นมเปรี้ยว บีทาเก้น/ยาคูลท์ ใช้ประมาณ 2 ช้อนกาแฟ ในส่วนของนมเปรี้ยวนี้ จะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายของปลาได้ดีค่ะ เพราะอาหารเม็ดที่ปลากินทุกมื้อ บางยี่ห้ออาจทำให้ปลาท้องผูก สูตรนี้ทำให้ปลาถ่ายสบาย

นมเปรี้ยว

5.วิตามินซีรวม อันนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปได้เลยนะคะ สัดส่วนที่ใส่ คือ ใส่แค่ครึ่งช้อนชาค่ะ

วิตามินซีรวม

6.น้ำผึ้ง ยี่ห้อไหนก็ได้ค่ะ ใช้ประมาณ 1 ช้อนชา น้ำผึ้งจะช่วยเรื่องผิวพรรณของปลาให้เงางามค่ะ

น้ำผึ้ง

**นำส่วนผสมทุกอย่างมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน นวดจนเป็นก้อน แบ่งออกเป็น 2 ก้อนใหญ่ เอาไว้ให้ปลามื้อเย็น 1 ก้อน (ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ ให้ปลากิน) ส่วนที่เหลือเก็บใส่ไว้ให้อีกวันค่ะ เพราะมีของสดรวมอยู่ด้วยเก็บไว้นานไม่ได้นะคะ หรือใครจะทำวันต่อวันก็ได้นะคะ สูตรนี้ให้เฉพาะมื้อเย็นนะคะ มื้อเช้าให้อาหารตามปกติค่ะ

ข้อเสียของอาหารเสริมแบบนี้ คือ ทำให้น้ำขุ่นในช่วง 2-3 ชั่วโมงหลังการการให้อาหาร ถ้าบ่อไม่ใหญ่และไม่ลึกมาก จากนั้นไม่นานน้ำก็จะกลับมาใสเหมือนเดิมค่ะ ถ้าบ่อมีขนาดใหญ่ แนะนำให้ติดระบบกรองน้ำค่ะ เพราะจะได้กรองของเสียออกจากบ่อ จะทำให้น้ำใสขึ้น และควรติดปั้มออกซิเจน เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้กับปลาอีกด้วยค่ะ

ปัญหาปลาไม่กินอาหาร

ทำไมปลาไม่กินอาหาร? …. คำถามนี้มักพบบ่อยมากสำหรับผู้ที่เลี้ยงปลา บางท่านอาจทราบ หรือบางท่านอาจจะไม่ทราบ เนื่องจากไม่เคยเลี้ยงปลามาก่อน หรือประสบการณ์ ความรู้ ความเชียวชาญ ยังมีไม่มากนัก วันนี้ผู้เขียนจะพามาสังเกตอาการของปลาที่เราเลี้ยงกันค่ะ

อันดับแรก ต้องหาสาเหตุโดยการย้อนกลับไปมองว่า ปลาที่เลี้ยงเป็นปลาไซต์ไหน เลี้ยงรวมกันไว้กี่ตัว อายุของปลาประมาณเท่าไหร่ หรืออาจจะได้อายุปลาแต่ปลาตัวนี้เป็นประเภทกินช้า ขี้อาย ไม่ค่อยเข้าฝูง ไม่ค่อยออกมากินอาหาร เนื่องจากปลาที่ซื้อมา ผู้ซื้อแทบไม่มีโอหาสรู้เลยว่าปลากินเก่งมากน้อยขนาดไหน เพราะบางครั้งขอแค่ตัวใหญ่ไว้ก่อน ดูที่ความสวยงาม และราคามาก่อน แต่อาจลืมสังเกตและเอาใจใส่สิ่งเหล่านี้เป็นอันดับแรก ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

ปลามีความเครียด สาเหตุต่อมาที่ปลาไม่ยอมกิน คือ ปลามีความเครียด ถ้าก่อนซื้อปลามาลูกปลากินเหยื่อได้เป็นปกติทุกอย่าง แต่พอเอามาเลี้ยงรวมอยู่ในตู้เดียวกับปลาตัวอื่น ๆ ปรากฏว่าโดนปลาตัวอื่น ๆ ไล่กัด ปลาใหม่ที่ถูกไล่กัดนาน ๆ เข้า ถ้าไม่หนีก็อาจจะเจ้บตัว เลยต้องว่ายน้ำหนีอย่างเดียว แทนที่ใันจะจับเหยื่อกินได้ มันก็ไม่ได้กิน พอไม่ได้กินปลาก็เกิดความเครียด นานเข้าก็เกิดความเครียดสะสมและผลสุดท้ายก็ไม่ยอมกินเหยื่อ ทำให้ปลาผอมแห้งและมีโอกาสตายไปในที่สุด ถ้าหากไม่แยกออกจากบ่แหรือตู้ที่เลี้ยงรวม

ปลาเลือกกิน สาเหตุข้อสุดท้ายคือ ปลาตัวนั้นเลือกกิน ปัญหาปลาเลือกกินเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ เนื่องจากก่อนซื้อ ผู้ซื้อมักไม่ถามผู้ขายก่อนว่าใช้เหยื่ออะไรเป็นอาหารปลา บางคนเลี้ยงด้วยไส้เดือนน้ำ บางคนให้กินกุ้ง และบางคนอาจให้เนื้อปลาเป็นอาหาร ปลาก็จะไม่คุ้นชินและไม่กินอาหารเอาดื้อ ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องเหยื่อก็เป็นเรื่องสำคัญ ก่อนซื้อควรอย่างยิ่งที่จะถามคนขายว่าให้ปลากินอะไร เพื่อที่จะได้หาเหยื่อชนิดที่ปลาคุ้นเคยให้ปลากิน แล้วจึงค่อย ๆ ปรับให้เหยื่ออื่นภายหลัง เพราะถ้าปลาไม่ถูกกับเหยื่อ ปลาก็จะไม่กิน นาน ๆ เข้าปลาจะผอม อ่อนแอ มีโอกาสตายได้ ถ้าหากปลาไม่ยอมกินนาน ๆ จนเริ่มเข้าขั้นวิกฤตให้สังเกตสีของขี้ปลาจะเป็นสีขาว ๆ มันคือผนังลำไส้ที่โดนน้ำย่อยทำให้หลุดออกมานั่นเอง

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปลาบางตัว โดยเฉพาะปลาที่ซื้อมาใหม่ไม่กินเหยื่อ คราวนี้มาดูสาเหตุที่ปลาทั้งบ่อ ไม่กินอาหารกันบ้างนะคะ ถ้าปลาเกิดไม่กินอาหารแบยกบ่อ การหาสาเหตุต้องมองให้กว้างขึ้น เพราะปลาที่เลี้ยงรวมกันมา ถ้าอยู่ดี ๆ ไม่กินอาหาร แสดงว่าต้องมีสาเหตุที่ใหญ่แน่ ๆ ดังนั้นจึงต้องมองให้ลึกลงไปถึงเรื่องสภาพแวดล้อมภายในบ่อเลี้ยงด้วยนะคะ

อุณหภูมิของน้ำ สังเกตว่าน้ำอยู่อุณหภูมิที่เท่าไหร่ อากาศเย็นอุณหภูมิลดลงต่ำหรือไม่ ถ้าอุณหภูมิลดต่ำปลาต้องใช้ออกซิเจนเยอะ เมื่อน้ำอุณหภูมิลดออกวิเจนก็กระจายตัวได้น้อยลง ปลาจึงเกิดการนิ่งเหมือนจำศีล ไม่เคลื่อนไหว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องใช้ออกซิเจน สุดท้ายมันก็ไม่กิน เพราะถ้ากินก็ต้องเคลื่อนไหว เมื่อเคลื่อนไหวก็ต้องใช้ออกซิเจน ถ้าไม่เพิ่มออกซิเจนให้ หรือไม่ปรับอุณหภูมิให้ ปลาก็จะไม่ค่อยกินอาหาร หรือไม่กินอาหารไปเลย

น้ำเสีย สาเตุของน้ำเสียอาจเกิดต่อเนื่องมาจากปัญหาอุณหภูมิของน้ำ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับออกซิเจนหมายความว่า เมื่อน้ำมีแอมโมเนีย คาร์บอน หรือก๊าซอื่น ๆ มากกว่าออกซิเจน ซึ่งเป็นก๊าซที่ปลาไม่สามารถนไปใช้ก็จะเกดิเป็นน้ำเสีย วิธีการเช็คง่าย ๆ คือ เช็คด้วยการเอาตัวเทสไนเตรทไปเทส จะง่ายสุดและสะดวกสุด ดูค่าไนเตรท เมื่อมันมีค่ามากแสดงว่า ปริมาณออกซิเจนในน้ำน้อยลง อย่าเข้าใจผิดว่าน้ำใสเป็นน้ำที่ดี เพราะน้ำในไม่ได้แปลว่าไม่มีของเสียปนเปื้อนอยู่ในน้ำ

ค่า pH เมื่อผ่านวิกฤตเรื่องของน้ำเสียมาได้ ต่อไปต้องดูเรื่องของค่า pH ดูความเป็นกรด-ด่าง ความเปลี่ยนแปลงของ pH นั้นบางครั้งมีสาเหตุมาจากเหยื่อ เช่น การที่ให้เหยื่อกุ้งส่วนมากค่า pH จะมากกว่าการที่ให่เหยื่อเป็นเนื้อปลา จะทำให้ค่า pH ตกลง ค่า pH ที่เปลี่ยนแปลงไปมากมักจะไม่ดี ลงไปมมากก็ไม่ดี มีผลทำให้ปลานิ่ง ซึม ไม่กินอาหาร ค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับปลาคราฟ คือ 7.5-8 ประมาณนี้เนื่องจากน้ำที่มีกริดหรือด่างมากจะมีผลเกี่ยวกับการหายใจ หรือระบบย่อยอาหารของปลา ซึ่งจะทำให้ปลาไม่กินเหยื่อนั่นเองค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ปลาเป็นเป็นสัตว์ มันจึงสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นได้ ถ้าทุกอย่างอยู่ในภาวะค่อยเป็นค่อยไป แต่เราก็ไม่ควรละเลย และควรคอยสังเกตปลาที่เราเลี้ยงอยู่สม่ำเสมอนะคะ

Login