การเลี้ยงปลาในบ่อดิน

การเลี้ยงปลาในบ่อดิน

การเลี้ยงปลาในบ่อดิน ปลาคารฟ ถือว่าจัดอยู่ในกลุ่มปลาน้ำจืด เป็นปลาที่สวยงาม (Fancy Carp) ที่หลาย ๆ คน นิยมเลี้ยง บางบ้านเลี้ยงเพราะความสวยงาม มีสีสันที่โดดเด่น บางบ้านเลี้ยงเพราะมีความชอบ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่า ปลาคราฟ เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย โตไว อีกทั้งยังมีสีสันที่สวยงาม ที่สำคัญยังเป็นปลาที่มีอายุยืนที่สุดในโลก

วันนี้ ผู้เขียนจะนำเสนอ เรื่องราวของปลาคราฟค่ะ แต่เป็นการเขียนถึงการเลี้ยงปลาคราฟในบ่อดิน อาจจะมีบางท่านที่ยังไม่ทราบว่า นอกเหนือจากการเลี้ยงปลาคราฟในบ่อซีเมนต์ ในตู้ ยังสามารถเลี้ยงในบ่อดินได้ ปลาคราฟที่เลี้ยงในบ่อดิน โตเร็ว เลี้ยงง่าย เกล็ดสีสวย ไม่ต่างจากการเลี้ยงในบ่อ หรือ ในตู้ ค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มต้นเตรียมบ่อดินไปพร้อม ๆ กันค่ะ

การเตรียมบ่อดินเลี้ยงปลา
  1. สูบน้ำออกจากบ่อให้หมด กำจัดศัตรูของปลาคราฟ เช่น ปลาช่อน งู (ไม่ควรนำปลาชนิดอื่น ๆ มาเลี้ยงรวมกับปลาคราฟ)
  2. ในขณะที่บ่อยังเป็นโคลนตม ให้รีบนำปูนขาวหว่าน 50-100 กิโลกรัม ต่อไร่ ทั้งนี้เพื่อฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียต่าง ๆ ในดิน จากนั้นหว่านจุลินทรีย์บ่อดิน 550 กรัมต่อไร่ 1 งาน ต่อ 250 กรัม เพื่อปรับความสมดุลของดิน และที่สำคัญจุลินทรีย์บ่อดิน ยังมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อปลา ช่วยสร้างเกล็ดปลาได้ดี
  3. หาปุ๋ยคอกมาวางไว้รอบบ่อ เพื่อเป็นการสร้างไรแดงและแพลงตอนพืช
  4. ตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน แล้วปล่อยน้ำเข้าบ่อ ประมาณ 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร
  5. ปล่อยปลาคราฟความยาว 1 นิ้ว อายุ1-2 ปี มาเลี้ยง
  6. ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น (อาหารเม็ด)

บ่อดินที่ทำการขุดลอกใหม่ จะมีน้ำขุ่น ดำโคลนฟุ้งในน้ำ ควรเตรียมความพร้อมก่อนลงปลา โดย เคลียโคลนในบ่อให้โคลนหนักลงก้นบ่อ ให้น้ำโปร่ง่ใสก่อน ค่อยลงปลา

การเลี้ยงปลาในบ่อดิน การเลี้ยงปลา

ปลาคราฟ ถือได้ว่าเป็นปลาที่มีความอึดทน แข็งแรง เลี้ยงง่าย ไม่ต้องมีการดูแลมากเหมือนกับสัตว์ชนิดอื่น ๆ สามารถปรับตัวได้ดีกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเช่น อากาศ หรือน้ำที่ใช้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี เป็นปลาที่สวยงาม เชื่อง รักสันติ เป็นปลาที่ชอบสังคม ชอบอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่ม การที่เลี้ยงปลาคราฟหลาย ๆ ตัว ถือว่าเป็นข้อดี เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นนนั้น ปลาคราฟเป็นสัตว์สังคม หรือ ถ้าหากบ่อดินที่ใช้เลี้ยงปลาคราฟมีขนาดที่กว้าง สามารถเพิ่มปั้มน้ำทำน้ำพุ เพื่อสร้างความสวยงามให้กับบ่อ แสงแดดก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่างน้อยควรมีแดดส่อง 2-3 ชั่วโมง ต่อวัน และบ่อก็ควรจะมีร่มเงาด้วย ถ้าแดดร้อนจัด ปลาจะเข้าไปแอบในที่ร่ม

บ่อดินปลาคราฟ

การเลี้ยงปลาในบ่อดิน ข้อดี

ข้อดี ก็คือ การเลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ ให้เค้าหากินเองตามธรรมชาติ สลับกับหารให้อาหาร คือจะไม่ค่อยเปลืองค่าอาหาร เหมือนกับการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ หรือ ในตู้ ไม่ต้องใช้ออกซิเจน เป็นการลดต้นทุนมนการเลี้ยงปลา การเลี้ยงปลาคราฟในบ่อดิน จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เลี้ยงปลาสมัยใหม่

การเจริญเติบโตจะค่อนข้างเจริญเติบโตได้กีกว่าการเลี้ยงในตู้ หรือบ่อซีเมนต์ เพราะถ้าหากเลี้ยงในบ่อดิน หรือ บ่อธรรมชาติ ปลาจะหากินเองได้ทั้งวัน ซึ่งมีอาหารในน้ำของปลามากมาย เช่น สาหร่าย หรือ ไรแดง เป็นต้น ที่มีอยู่ในธรรมชาติ

ปลาคราฟในบ่อดิน

การเลี้ยงปลาในบ่อดิน ข้อเสีย

ข้อเสีย ในการเลี้ยงปลาคราฟในบ่อดิน ก็คือ โรคที่จะติดมากับปลา เพราะเนื่องจากเราไม่สามารถควบคุมโรคที่มาจากอาหารโดยธรรมชาติที่ปลากินเข้าไปได้ ปลาคราฟในบ่อดินส่วนใหญ่จะมีโอกาสเป็นโรคต่าง ๆ เช่น โรคปรสิต เป็นต้น มากว่าปลาที่เลี้ยงในบ่อซีเมนต์หรือในตู้ บางทีปลาอาจมีสีดำ ๆ ติดตามตัว ซึ่งเกิดจากตะไคร่น้ำที่เกาะตามลำตัวของปลา

ลักษณะทั่วไปของปลาคราฟ

ปลาคราฟ มีลักษณะลำตัวที่แบน และค่อนข้างกลม หัวจะไม่มีเกล็ด ริมฝีปากบางเรียบ ภายในปากไม่มีฟัน แต่จะมีฟันที่ลำคอ 1-3 แถว แต่ละแถวมีฟันไม่เกิน 8 ซี่ ลำตัวมีครับหลัง ครีบหู ครีบท้อง และครีบหาง บางชนิดจะไม่มีเกล็ด บางชนิดมีเกล็ด และบางชนิดมีเกล็ดขนาดใหญ่ในบ่งส่วน เช่น ปลาคราฟญี่ปุ่นมีเกล็ดทั้งลำตัว ส่วนปลาคราฟเยอรมีนมีเกล็ดขนาดใหญ่ เฉพาะที่แถบบนเส้นข้างลำตัว

ลักษณะของปลาคราฟที่ดี

ปลาคราฟที่ดี จะต้องมีลักษณะของหัวที่สมบูรณ์ ลำตัวไม่สั้นจนเกินไป ลำตัวต้องกลมเป็นรูปกระสวย ลักษณะครีบต้องสวยงาม คือไม่มีส่วนฉีกขาด ส่วนจะต้องใหญ่ และแข็งแรง มีทวงท่าการว่ายน้ำที่สวยงาม และที่สำคัญอีกอย่าง คือ จะต้องมีสีสันที่โดดเด่น สีเข้ม สวยงาม มีความคมชัด สดใส และมีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ หายาก ทั้งนี้ ปลาคราฟที่มีร่างกายไม่สามบรูณ์ หรือ มีโรค จะมีลักษณะที่เชื่องซึม สีจะซีดจาง ปลาประเภทนี้ควรนำออกจากบ่อทันที

  1. ลูกปลาคราฟหลังจากที่ฟักออกจากไข่จนถึง 2 อาทิตย์ ให้อาหารประเภทไข่บด ร้วมกับไรแดง ซึ่งจะให้ประมาณวันที่ 3-5 หลังจากฟักเป็นตัวแล้ว
  2. ลูกปลาคราฟ 15-30 วัน เปลี่ยนมาให้ไรแดง ร่วมกับปลาบดสผมกับรำที่บดละเอียด
  3. ลูกปลาคราฟ 30-60 วัน เปลี่ยนมาให้ปลาปด ผสมกับรำละเอียด และอาหารสำเร็จรูปเสริม
  4. ลูกปลาคราฟ ที่มีอายุประมาณ 2-3 เดือน ที่มีสีเหลืองทั้งตัว ให้เลี้ยงด้วยอาหารที่มีส่วนผสม ดังนี้
  • ปลาป่น 20%
  • กากถั่วเหลือง 30%
  • รำละเอียด 35%
  • ปลายข้าว 15%

นอกจากนี้ ยังสามารถให้อาหารสำเร็จรูปได้ทั้งอาหารของปลาดุก และอาหารของปลานิล หรือปลาทับทิม

สายพันปาลาคราฟที่นิยมเลี้ยง

  1. โคฮากุ (kohoku)
  2. ไทโซ ซันเก้ (Taisho Sanke)
  3. โชวา ซันโชกุ (Showa Sanshoku)
  4. อุจิริ โมโน (Utsuri Mono)
  5. เบคโกะ (Bekko)
  6. อาซากิ ชูซุย (asagi Shusui)
  7. โกโรโมะ (Koromo)
  8. โอกอน (Ogon)
  9. ฮิการิ โมโย (Hikari Mono)
  10. ฮิการิ อุจิริ (Hikari Utsuri)
  11. คินกินริน (Kinginrin)
  12. ตันโจ (Tancho)
  13. คาวาริ โมโน (Kawari Mono)

ปลาคราฟทั้ง 13 สายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง และได้รับการนำเข้ามามาเลี้ยงจากประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยอดีต จนถึงปัจจุบันก็ยังนิยมเลี้ยงกันมาก ดังนั้น พันธุ์ปลาคราฟส่วนใหญ่จึงเป็นชื่อพันธุ์ที่ได้รับการตั้งชื่อมาจากประเทศญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ สำหรับวันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณทุกท่านที่คอยติดตาม และสนใจเรื่องราวต่าง ๆ ของปลาสวยงาม พบกันใหม่บทความหน้านะคะ

Login