การเลี้ยงปลาในบ่อปูน

การเลี้ยงปลาคราฟในบ่อปูน

การเลี้ยงปลาในบ่อปูน บ่อเลี้ยงของปลาคราฟ ถ้าเป็นการเลี้ยงปลาคราฟในบ่อปูน ควรเป็นบ่อซีเมนต์อยู่ในที่มีร่มเงาพอสมควร ไม่ควรอยู่กลางแจ้ง เพราะจะทำให้ปลามีสีสันที่จืดจางลง และยังโตช้าอีกด้วย ความลึกของระดับน้ำไม่ต่ำกว่า 80 เซนติเมตร ความลึกที่เหมาะสมที่สุด คือ 1.80 เมตร ขนาดของความกว้างขึ้นอยู่กับจำนวนของปลาที่เลี้ยง และขนาดตัว โดยมาตรฐานอยู่ที่ 80 x 120 เซนติเมตร มีสะดือที่ก้นบ่อ ขนาด 1 x 2 ฟุต เรียกว่า “สะดือบ่อ” ลึกประมาณ 4 – 6 นิ้ว

สำหรับเพื่อดูดน้ำ และของเสียออกจากบ่อ และหากเมื่อเตรียมบ่อเสร็จใหม่ ๆ ควรแช่น้ำในบ่อทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วปล่อยน้ำออก จากนั้นกักไว้อีก 3 วัน จึงค่อยเปิดระบบกรอง บ่อซีเมนต์สามารถดัดแปลงเป็นบ่อธรรมได้ง่าย และมีตะไคร่น้ำเกิด แล้วเกาะได้เร็ว ซึ่งตะไคร่น้ำ ถือว่าเป็นอาหารที่ดีของปลา อีกทั้งยังสามารถดูดสิ่งสกปรก และแอมโมเนียที่อยู่ในน้ำได้อีกด้วย

ปลาคราฟ ” เป็นปลาที่มีความสวยงาม และเลี้ยงง่าย ได้รับความนิยมในหมู่คนรักปลาสวยงาม ปลาคราฟจัดได้ว่าเป็นปลาที่ได้รับความนิยมเลี้ยงกันมานาน เนื่องจากเป็นปลาที่มีความเชื่อง สวยงาม เลี้ยงง่าย และโตไว ที่สำคัญยังเป็นทีต้องการของผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั้งในและต่างประเทศ มีหลากหลายราคา และสำหรับบางท่านที่กำลังสนใจจะเลี้ยงปลาคราฟ วันนี้ผู้เขียน มีข้อมูลการเตรียมความพร้อมมาฝากผู้เลี้ยงปลามือใหม่กันค่ะ

การเลี้ยงปลาในบ่อปูน น้ำที่ใช้เลี้ยง

น้ำที่ใช้เลี้ยงควรเป็นน้ำประปา เพราะน้ำประปาจะมีสภาพเป็นกลาง ถ้าหากใช้น้ำฝนในการเลี้ยง น้ำฝนจะทำลายสีของปลา และปลาอาจเกิดเชื้อโรคได้ง่าย ส่วนน้ำจากแม่น้ำลำคลอง ก็ไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยงปลา เพราะมีเชื้อโรคที่สามารถสร้างอันตรายต่อปลาได้ ถ้าหากไม่มีน้ำประปา น้ำที่จะใช้เลี้ยงปลาต้องใส่ยาฆ่าเชื้อ และเติมปูนขาว เพื่อปรับสภาพน้ำ จากการรอดให้กลายสภาพเป็นกลางเสียก่อน แล้วค่อยนำมาใช้เลี้ยงปลาได้ และที่สำคัญต้องติดตั้งระบบหมุนเวียนนน้ำ และปั๊มออกซิเจน เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้น้ำในบ่อถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา และมีออกซิเจนที่เพียงพอต่อปลาด้วย

ระบบกรอง / การเลือกปลาคราฟมาเลี้ยง

ถังกรอง

เนื่องจากปลาคราฟ เป็นปลาที่ชอบอาศัยในน้ำสะอาด ดังนั้น บ่อกรองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งควรมีขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของบ่อปลา มีความลึกกว่าบ่อ เพื่อให้น้ำได้ไหลลงไปบ่อกรองได้ง่าย ๆ ซึ่งการวางตำหน่งของบ่อกรอง สามารถวางใต้พื้นทางเดินศาลา หรือ หลังน้ำตก และนอกจากนี้ควรทำความสะอาดบ่อทุกเดือน และการที่เราจะหาปลาคราฟ แนะนำให้หาลูกปลาคราฟที่มีอายุ 1 – 3 ปี มาเลี้ยง เพราะจะเชื่องกับผู้ที่เลี้ยง และไม่ควรนำปลาคราฟขนาดใหญ่มาเลี้ยง ที่สำคัญไม่ควรนำปลาชนิดอื่นมาเลี้ยงรวมกับปลาคราฟ เพราะอาจจะนำเชื้อโรคมาให้กับปลาคราฟได้

การเลี้ยงปลาในบ่อปูน การทำความสะอาดบ่อ

เมื่อผู้เลี้ยงสังเกตเห็นน้ำในบ่อเลี้ยงปลาเริ่มขุ่น และมีสิ่งสกปรกมาก ให้รีบเปลี่ยนน้ำทันที และขณะที่ถ่ายน้ำออก 1 ใน 3 ส่วนของบ่อ จะต้องเพิ่มน้ำใหม่แทนในปริมาณเท่าเดิม ไม่ควรถ่ายน้ำออกจนหมดบ่อ เพราะถ้าใช้น้ำใหม่ทั้งหมด ที่เติมลงไปในบ่อ อาจทำให้ปลาเกิดการ “น็อคน้ำ” อาจทำให้ปลาตายได้

การที่ใช้น้ำประปา ควรใช้ที่ที่เก็บไว้ ประมาณ 2 – 3 วัน หลังจากที่คลอรีนระเหยแล้ว อย่าใช้น้ำประปาใหม่ หรือ ที่รองจากก๊อกใหม่ ๆ หรือน้ำประปาที่เก็บไว้นาน เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อปลาได้ และที่สำคัญควรรักษาอุณหภูมิ ของน้ำในบ่อ ให้อยู่ในระดับ 20 – 25 องศา ถ้าหากน้ำร้อนจัด หรือ น้ำเย็นจัด จะทำให้ปลาเจริญเติบโตช้า

การให้อาหาร ควรให้ไม่เกินวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนช่วงเช้า และช่วงเย็น การให้อาหารควรให้ทีละน้อย ๆ เพราะปลาคราฟ มีระบบย่อยอาหารไม่เหมือนกับปลาชนิดอื่น ๆ หากมีเศษอาหารเหลืออยู่ในบ่อให้รีบตักออกทันที เพราะถ้าหากปล่อยไว้น้ำจะเกิดการเน่าเสียเร็ว อาจทำให้ปลาเกิดอันตรายได้

อาหารที่ปลาคราฟชอบ

  • เนื้อปลาป่น กุ้งสดบด เนื้อหอยต้มสุด เนื้อปู ปลาหมึก
  • ข้าวสาลี รำ ผักกาด ข้าวโพด
  • แมลง สาหร่าย ตะไคร่น้ำ แหน ลูกน้ำ หนอนแดง
  • ถั่วเหลือง ขนมปัง
  • อาหารเม็ดสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาด

ออกซิเจนในน้ำ

ออกซิเจนในบ่อปลาคราฟ

ในบ่อเลี้ยงของปลาคราฟ ควรมีปริมาณออกซิเจนให้เหมาะสมกับจำนวนของปลาที่เลี้ยง สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมของปลาคราฟ เช่น หากพบว่า ปลาขึ้นมาลอยหายใจอยู่ที่ผิวน้ำตลอดเวลา ดังนั้น ควรเพิ่มออกซิเจนให้บ่อปลาทันที การเพิ่มออกซิเจนให้กับบ่อปลานั้น สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ปั้มลมเพิ่มออกซิเจน การทำในพุในบ่อปลา หรือแม้กระทั่ง การทำน้ำตกในบ่อปลา เมื่อน้ำได้สัมผัสกับอากาศ ก่อนลงไปในบ่อปลา ก็ถือว่าเป็นการช่วยเพิ่มออกซิเจนในบ่อปลาได้เช่นกัน

จำนวนของปลาคราฟในบ่อ

จำนวนปลาคราฟในบ่อ

จำนวนของปลาคราฟในบ่อ ถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่มีต่อการเจริญเติบโตของปลาคราฟ หากต้องการให้ปลาคราฟโตเร็ว ควรเลี้ยงปลาในบ่อที่มีขนาดกว้าง จำนวนปลาคราฟในบ่อน้อย เนื่องจากถ้าหากมีจำนวนปลาที่แออัด จะทำให้ออกซิเจนในน้ำมรปริมาณน้อยลง ปลากินอาหารได้ไม่ทั่วถึง อีกทั้ง ปลายังมีความเครียดเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นควรเลี้ยงปลาในจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดบ่อ เพื่อให้ปลาเจริญเติบโตได้ดี

ลักษณะของปลาคราฟทีดี

มีลักษณะของหัวที่สมบรูณ์ ลำตัวจะต้องไม่สั้นจนเกินไป ลำตัวจะต้องกลมเป็นรูปกระสวย มีลักษณะของครีบที่สวยงาม ไม่ฉีกขาด หางจะต้องใหญ่ และมีความแข็งแรง มีกวงท่าการว่ายน้ำที่สวยงาม และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ปลาคราฟจะต้องมีสีสดเข้ม สวยงาม มีความคมชัดของสี สดใส และมีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ที่หายาก ทั้งนี้ ปลาคราฟไม่สมบรูณ์ เช่น มีลักษณะที่เชื่องซึม มีสีที่ซีดจาง ปลาคราฟประเภทนี้ ไม่แนะนำให้เอามาเลี้ยง เพราะอาจจะเป็นตัวแพร่เชื้อโรคให้แก่ปลาคราฟตัวอื่นได้ หากปลาคราฟ มีอาการเหล่านี้อยู่ในบ่อให้รีบนำออกจากบ่อทันที

สีของปลาคราฟ

สีสันของปลาคราฟ เป็นสารสีที่มาจาก สารที่มีชื่อว่า “สารแคโรทีนอยด์” สารตัวนี้เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดสีในตัวของปลาคราฟ ซึ่งปลาคราฟจะไม่สามารถสังเคราะห์สารเหล่านี้เองได้ ดังนั้น สารแคโรทีนอยด์ที่ทำให้เกิดสีในตัวของปลาคราฟนั้น มาจากอาหารที่ได้รับในแต่ละวัน ซึ่งสารแคโรทีนอยด์ จะให้สีเหลือง สีส้ม และสีแดง โดยสีแดงในปลาคราฟเกิดจาก สารแคโรทีนอย ชนิด astaxanthin ซึ่งปลาคราฟจะสามารถสะสม และเปลี่ยนสารสีเหล่านี้ให้อยู่ในร่างกายของตัวมันเองได้

Login