ปลาคราฟชอบหลบ

ปลาคราฟชอบหลบ

ปลาคราฟชอบหลบ อาจเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ จากหลาย ๆ ปัจจัย บทความนี้จะพาทุก ๆ ท่าน ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้ปลาสวยงามของเรานั้น เกิดความเครียด หรือ ปลาป่วย ซึ่งอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ปลาคราฟชอบหลบ ก่อนอื่น เรามาทราบถึงสาเหตุหลัก ของปลาคราฟชอบหลบกันค่ะ

ปลาคราฟชอบหลบมีสาเหตุมาจาก

ปลาชอบคราฟหลบ
  • เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกล่า
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหาอาหาร
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผสมพันธุ์ และ การวางไข่
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการว่ายน้ำ

ทั้งนี้ ก็อาจเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ “ปลาคราฟชอบหลบ” หรือ ว่ายน้ำอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หรือ แม้กระทั่งปลาคราฟตกใจ อีกเหตุผลหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะปลาป่วย ปลามีอาการเครียด รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่ปลาอาศัยอยู่ นั่น หมายถึง อุณหภูมิของน้ำ ที่อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ปลาคราฟชอบหลบ

วันนี้เราจะพาผู้รักปลาสวยงามทุก ๆ ท่าน มาดูถึงสาเหตุหลัก ที่ปลาสวยงามของเรามักจะมีอาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดของปลา สภาพน้ำ ปลาป่วยเป็นโรค บ่อตื้นเกินไป อุณหภูมิของน้ำไม่คงที่ ซึ่งสาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้ อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ ปลาคราฟชอบหลบ หรือ ปลาต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ทั้งนี้ เราจะพาผู้รักปลาสวยงามทุก ๆ ท่าน หรือ นักเลี้ยงปลามือใหม่ รวมถึงผู้ที่ปลาเลี้ยงเป็นอาชีพ ทราบถึงสาเหตุ และ วิธีการแก้ไขรักษา ของน้อง ปลาคราฟชอบหลบ กันค่ะ

5 สาเหตุที่ทำให้ปลาเกิดความเครียด

  1. สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการดำรงชีวิตของปลา
  2. อาหารที่มีคุณภาพไม่ดี
  3. การรักษาโรคแบบผิดวิธี หรือ การรักษาไม่ตรงกับอาการของปลาที่ป่วยอยู่
  4. การเติมน้ำที่มีสารคลอลีน
  5. การถ่ายเทน้ำ ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำทันที

วิธีการแก้ไข การรักษา ของสาเหตุที่ทำให้ปลาคราฟชอบหลบ

  1. ปรับสภาพแวดล้อม หรือ อุณหภูมิของน้ำ ให้เหมาะสมกับชนิดของปลาที่เลี้ยง คือ ไม่เลี้ยงปลาในน้ำที่ร้อน หรือ เย็นเกินไป เพราะจะทำให้ปลาเกิดอาการเครียด ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงปลาแต่ละชนิดที่เลี้ยงด้วย ปลาบางชนิดชอบน้ำที่เป็นกรดมากกว่าน้ำที่เป็นด่าง หรือ ปลาบางชนิดชอบอาศัยอยู่ในน้ำกร่อยที่มีความเค็มของเกลือบ้างเล็กน้อย หรือ ปลาบางชนิดชอบอาศัยอยู่ในน้ำที่มีค่าพีเอชเป็นกลาง
  2. ไม่ควรเลี้ยงปลาจำนวนมาก หรือ เลี้ยงหลาย ๆ ชนิด รวมกันในที่แคบ อาจทำให้ ปลาคราฟตายยกบ่อ หรือ ปลาอื่น ๆ ที่เลี้ยงตายยกบ่อ เพราะไม่ใช่ปลาทุกชนิดที่จะเลี้ยงรวมกันได้ ปลาบางชนิดมีนิสัยรักสงบ ปลาชนิดชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง การที่นำปลาหลาย ๆ ชนิด ต่างสายพันธุ์ มาเลี้ยงรวมกัน อาจจะทำให้ปลาเกิดอาการเครียด และรู้สึกไม่ปลอดภัย
  3. ออกซิเจนในน้ำ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ  ปลาบางชนิด ต้องการออกซิเจนเป็นจำนวนมาก เพื่อให้พียงพอต่อการดำรงชีวิต ปลาบางชนิดทนต่อออกซิเจนต่ำ ได้มากกว่าปลาชนิดอื่น น้ำที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอ สร้างความเครียดให้กับปลา   เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่ออุณหภูมิของเพิ่มสูงขึ้น ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง
  4. อาหารมีคุณภาพไม่ดี ผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงอาหารเก่า รวมถึงอาหารที่เก็บไว้ในที่ร้อน เพราะอาหารเหล่านี้วิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ได้สลายไปแล้ว 
  5. การรักษาโรค การให้ยาปลาที่ป่วย ควรจะรักษา หรือ ให้ยาตามอาการของปลา ไม่ควรให้ยา เติมยาลงในบ่อเลี้ยงปลา ที่ปริมาณมาก ๆ เพราะยาบางชนิดอาจเป็นพิษต่อปลา เช่น ปลาบางชนิดไม่ทนต่อต่อยาบางประเภทที่ทุกระดับความเข้มข้น
  6.  การเติมน้ำที่คลอรีน หรือ คลอรามีน ลงในถังที่เลี้ยงปลา อาจสร้างความเป็นพิษให้กับปลา ในการเติมน้ำลงในถังเลี้ยงปลา จต้องแน่ใจว่าน้ำนั้น ไม่มีคลอรีน หรือ คลอรามีนหลงเหลืออยู่ 
  7. การถ่ายเทน้ำ ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำโดยทันที  ปลาส่วนใหญ่ มักมีความสามารถจำกัดในการปรับตัว เพื่อให้เข้ากับสภาวะของน้ำ เช่น อุณหภูมิและค่าพีเอชที่ไม่เหมาะสม ซึ่งการถ่ายเทน้ำโดยทันทีทันใดมักจะสร้างความครียดให้กับปลา เช่น อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น หรือ ลดลง มีการเปลี่ยนแปลงของค่าพีเอช  และการเปลี่ยนแปลงความกระด้างของน้ำ ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพของน้ำให้คงที่ ให้เป็นเวลาระยะนานที่สุด

ลักษณะ อาการของปลา ที่มีความเครียด

  1. ปลาลอยตัวอยู่บริเวณผิวน้ำ อ้าปากเพื่อหายใจ  ชี้ให้เห็นได้ว่า ปลาได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ (บริเวณผิวน้ำอาจมีความเข้มข้นของออกซิเจนสูงที่สุด) ในน้ำมีความเข้มข้นของออกซิเจนที่ต่ำ เนื่องจากน้ำหมุนเวียนได้ไม่ดี ระดับของแอมโมเนียหรือไนไตรท์สูง เป็นต้น

2. ปลาไม่กินอาหาร หรือ กินอาหารได้น้อยลง ไม่เหมือนที่ผ่านมา

3. ปลาหลบซ่อนอยู่ตลอดเวลา (หลบซ่อนตัวตามพืชน้ำ หรือ โขดหิน) ไม่ค่อยแสดงตัวให้เห็น รู้สึกหวาดระแวงรู้สึกไม่ปลอดภัยปลอดภัย

4. ครีบเปื่อย หรือ ครีบแหว่งเล็กน้อย อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาเกิดความเครียด

5. ปลาเป็นโรค (มีปรสิต เป็นเชื้อรา) การเจ็บป่วยของปลา คือ อาการของปลาที่อยู่ในสภาวะเครียด

วิธีเลี้ยงปลาให้โตเร็ว สุขภาพแข็งแรง สีสวย

ผู้เลี้ยงปลาคราฟ หรือ ปลาสวยงามต่าง ๆ มักจะคิดว่า การเลี้ยงปลาคราฟ ปลาสวยงามนั้นง่าย ก็แค่หาปลาคราฟ ปลาที่ต้องการจะเลี้ยง มาใส่ไว้ในที่บ่อเลี้ยง โดยทำตามตําราแนะนํา หาซื้ออาหารที่มีวางขายจากร้านขายปลา มาให้ปลาคราฟกิน การทําความสะอาดบ่อ และใส่ยาป้องกันโรคตามกําหนดเวลาเท่านั้นเป็นการเพียงพอ

สิ่งที่สําคัญของการเลี้ยงปลาคราฟ หรือ ปลาสวยงามต่าง ๆ คือ ความรักและความดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของ

ในการเลี้ยงปลาคราฟ ปัญหาที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิด อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ปลากระโดดออกมาตายนอกบ่อ ปลาเกิดการช็อค เนื่องจากนํ้าเปลี่ยนสภาพ ปลาเป็นโรคโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือ ปลาตายเพราะไฟรั่วจากเครื่องปั๊มนํ้าไฟฟ้าที่เสื่อมอายุการใช้งาน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงปลาต้องหมั่นสํารวจตรวจตราด้วยตนเองอยู่เสมอ

สำหรับปลคราฟ หรือ ปลาขนาดใหญ่ ผู้จับปลาควรมีความชํานาญ อาจใช้วิธีจับแบบอุ้มจากนํ้าก็ได้ ก่อนปล่อยปลาลงในบ่อใหม่ จะต้องมีการปรับอุณหภูมิของนํ้าอย่างช้า ๆ เพื่อให้ปลาสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ และหลังการปล่อยปลา ในช่วง 1-2 วันแรก ควรหมั่นสังเกตอาการของปลา ว่าเป็นปกติดีหรือไม่ และควรป้องกันการกระโดดหนีจากบ่อเลี้ยง โดยการใช้ตาข่ายปิดหรือกันล้อมรอบบ่อ หรืออาจลดระดับนํ้าลง ในระยะ1-2 วันแรกของการปล่อยปลา จนแน่ใจว่าไม่มีอาการตื่นตกใจ จึงเพิ่มนํ้าให้เท่าระดับเดิม

การเพิ่มออกซิเจนในนํ้า โดยใช้ระบบปั๊มอากาศหรือปั๊มนํ้า นอกจากจะเป็นการเพิ่มออกซิเจน และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์และแอมโมเนียแล้ว ย่อมก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของกระแสนํ้าที่ไหลอ่อน ๆ ในความเร็วที่สมํ่าเสมอจะช่วยให้ปลารวมกลุ่มว่ายนํ้าตามกระแสนํ้า ทําให้รูปร่างปลาได้สัดส่วนที่สวยงามอาหารอาหารปลาที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนปลาเจริญเติบโตแข็งแรงและสมบูรณ์ การเลี้ยงปลาที่ไม่แน่นจนเกินไป จะช่วยให้ปลามีสุขภาพดี และ มีโอกาสช่วยให้ปลามีสุขภาพที่ดี และเกิดโรคได้น้อยกว่าที่ปล่อยเลี้ยงอย่างหนาแน่น

การปฏิบัติเมื่อปลาป่วย

ปลาเป็นโรค

ยารักษาอาการปลาป่วย

อาการไม่หนักมาก
อาการค่อนข้างหนัก
อาการหนักจนต้องรับการรักษา

ข้อมูลคำถามจาก https://www.facebook.com/groups/457728852282753/?multi_permalinks=627941208594849

Login