ปลาคาร์ฟ/ปลาคราฟ และการเลี้ยงปลาคราฟ

ปลาคาร์ฟ
ปลาคาร์ฟ

ปลาคาร์ฟ ประวัติ/ปลาคาร์ฟในไทย

ปลาคาร์ฟ ถือว่าเป็นปลาน้ำจืด ที่จัดอยู่ในกลุ่มของปลาตะเพียนนะคะ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอิหร่าน สำหรับประเทศไทยเรา มีการนำเข้ามาเลี้ยงครั้งแรกจากประเทศญี่ปุ่นค่ะ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2493 ซึ่งช่วงนั้นยังนิยมเลี้ยงในกลุ่มของคนมีฐานะ หรือคนรวย เท่านั้นค่ะ หลังจากนั้น ปี พ.ศ. 2498 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ทรงได้มีการสั่ง ปลาคราฟจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเลี้ยง พร้อมกับเรียกชื่อปลาคราฟอีกชื่อว่า ปลาอมรินทร์ค่ะ แต่ชื่อสามัญที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษ คือ Crap อ่านไทยว่า คราฟ หรือ คาร์ฟ ซึ่งนิยมเรียกกันตาสากล และเรียกมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ชาวญี่ปึ่น เรียกปลาชนิดนี้ว่า Nishiki ที่หมายถึง ผ้าไหมทอจากอินเดีย ที่มีสีสันสวยงาม หลากสี และมีราคาแพง ดังนั้นชาวญี่ปุ่น จึงตั้งชื่อตามลักษณะของผ้าที่คล้ายกับสีของปลาคราฟ ที่มีสีสันโดดเด่น สวยงาม และราคาแพง นั่นเองค่ะลักษณะทั่วไปของปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ

ชื่อไทย :

  • ปลาคราฟ
  • ปลาคาร์ฟ
  • ปลาคาร์พ
  • ปลาแฟนซีคราฟ
  • ปลาไนแฟนซี
  • ปลาไนสี
  • ปลาไนทรงเครื่อง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyprinus carpio Linn.

ชื่อสามัญ :

  • Crap
  • colored crap
  • Nishikigoi (ญี่ปุ่น)
  • Koi

ปลาคราฟ จะมีลักษณะลำตัวแบน และค่อนข้างกลม หัวไม่มีเกร็ด จะมีริมฝีปากบางเรียบ ภายในปากไม่มีฟันนะคะ แต่จะมีฟันที่ลำคอ 1-3 แถว แต่ละแถวจะมีฟันไม่เกิน 8 ซี่ ลำตัวมีครีบหลัง ครีบหู ครีบท้อง และครีบหางค่ะ บางชนิดไม่มีเกร็ด บางชนิดก็จะมีเกล็ด เช่นปลาคราฟญี่ปุ่นจะมีเกล็ดทั้งลำตัว ส่วนปลาคราฟเยอรมันจะมีเกล็ดขนาดใหญ๋เฉพาะแถบบนเส้นข้างลำตัวค่ะ ปลาคราฟ ถือว่าเป็นปลาน้ำจืด ที่ไม่จัดอยู่ในกลุ่มปลากินพืชหรือปลากินเนื้อ โดยธรรมชาติชาติ จะกินพืช หรือสาหร่าย ที่มีตัวอ่อนสัตว์น้ำเข้าไปด้วย รวมถึงยังสามารถ กินได้ทั้งแพลงตอนพืช สัตว์ และหอย ได้อีกด้วยค่ะ ปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ เป็นปลาสวยงามที่มีราคาสูง มีราคาซื้อขายกันตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหลายแสนบาท ทำให้เกิดความนิยมในการเลี้ยง เพื่อการจำหน่ายลูกปลา และเพาะพันธุ์ให้มีสีสันสวยงามเพื่อจำหน่ายให้ได้ราคาสูง
ข้อควรรู้ ! : ปลาคราฟ ที่มีร่างกายไม่สมบรูณ์ หรือเป็ณโรค จะมีลักษณะที่เชื่องซึม มีสีซีดจาง ซึ่งปลาประเภทนี้ ไม่ควรนำมาเลี้ยงนะคะ และควรกำจัดออกจากบ่อทันทีค่ะ วิธีการเลี้ยงปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ

ปลาคาร์ฟ การเลี้ยง

การเลี้ยงปลาคราฟที่นิยมเลี้ยงมากที่สุดในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

1.การเลี้ยงในตู้ปลา

การเลี้ยงปลาคราฟในตู้ปลา : ปลาคราฟ เป็นปลาที่สวยงาม และมีขนาดใหญ่ และชอบว่ายน้ำคุ้ยเขี่ยหาอาหารเก่ง จึงไม่นิยมเลี้ยงในตู้ปลาค่ะ แต่หากเลี้ยง ควรเลี้ยงไม่เกิน 2 ตัว และเพิ่มจำนวนตามขนาดของตู้ปลา ส่วนน้ำที่ใช้เลี้ยง อาจเป็นน้ำประปา หรือน้ำฝนก็ได้ค่ะ แต้ถ้าหากเป็นน้ำฝนในชุมชน ควรหลีกเลี่ยง เพราะน้ำฝนมักจะเป็นกรดนั่นเองค่ะ

ข้อแนะนำ ! : สำหรับการเลี้ยง ปลาคราฟ ในตู้ ควรมีเครื่องเติมอาการตลอดเวลานะคะ รวมถึงเครื่องกรองน้ำด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ยังสามารถตกแต่งตู้ปลา ด้วยกรวดหิน และสาหร่ายขนาดเล็กได้อีกด้วยค่ะ แต่ไม่ควรเป็นสาหร่ายขนาดใหญ่นะคะ เพราะจะเสียหายจากการว่าย และการกัดกินของปลาคราฟได้ง่ายนั่นเองค่ะ

2.การเลี้ยงในบ่อจัดสวน

การเลี้ยงปลาคราฟในบ่อจัดสวน : หรือบ่อดาดคอนกรีด ถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถปล่อย ปลาคราฟได้จำนวนมาก และยังมีพื้นที่กว้างให้ ปลาคราฟ ได้ว่ายน้ำอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ การเลี้ยง ปลาคราฟ ในบ่อจัดสวน หรือ บ่อดาดคอนกรีด ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องเติมอากาศ เพราะสามารถรองรับขนาดของปลาคราฟที่เจริญเติบโต จนมีขนาดใหญ่ในอนาคตได้

ข้อควรรู้ ! : บ่อเลี้ยงปลาคราฟ อาจเป็นขอบดิ่ง หรือขอบลาดเอียง ขนาดบ่อควรลึกในช่วง 40-70 เมตร เพราะถ้าหากตื้นมาก จะทำให้บ่อโดดแสงแดดส่ง อาจทำให้น้ำร้อนได้ค่ะ หรือถ้าหากลึกมาก จะทำให้เรามองไมาเห็นตัวปลา และน้ำด้านล่างเย็น โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวนั่นเองค่ะ แต่สามารถทำบางจุดให้ลึกได้นะคะ โดยเฉพาะจุดรวมน้ำ เพื่อการถ่ายเทน้ำ หรือการเปลี่ยนน้ำค่ะ นอกจากนนี้ พื้นของบ่อปลาคราฟ หรือขอบบ่อปลาคราฟ ควรเติมกรววดทรายเล็กน้อยนะคะ เพื่อให้ปลาคราฟคุ้ยเขี่ยอาหารตามสภาพธรรมชาติได้นั่นเองค่ะ ที่สำคัญ จะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก ๆ 1 เดือน หรือ 2 เดือน/ ครั้ง ด้วยนะคะ

ข้อแนะนำ ! : การตกแต่งบ่อเลี้ยงปลาคราฟ ควรใช้กองหินเป็นถ้ำ เพื่อให้มีร่มเงาในน้ำ หรืออาจจะปลูกต้นไม้น้ำ ในกระถางลงในบ้อด้วยนะคะ แต่ไม่ควรมีต้นไม้ใหญ่คลุมข้างบ่อ เพราะจะทำให้ใบไม้ร่วงลงในบ่อนะคะ ทำให้คุณภาพน้ำแย่ลงนั่นเองค่ะ และถ้าหากมีระบบน้ำพุ ควรเป็นระบบหมุนเวียนน้ำ หรือ ระบบกรองน้ำร่วใด้วยยิ่งดีค่ะ นอกจากนี้ อาจจะออกแบบของบ่อเลี้ยงปลาคราฟ ให้มีทางข้ามเพื่อเดินชม และยังสามารถบังแดดให้แก่ปลาได้อีกด้วยค่ะ ทั้งนี้ ปลาคราฟรุ่นที่ใช้เลี้ยง ควรมีอายุตั้งแต่ 6-8 เดือน ขึ้นไป หรือขนาดลำตัวของปลาคราฟ ยาวมากกว่า 15 เซนติเมตร ขึ้นไปค่ะ

การให้อาหารปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ

ปัจจุบัน นิยมใช้อาหารสำเร็จรูป ประเภทลอยน้ำ ซึ่งใช้ได้ทั้งอาหารปลากินเนื้อ และปลากินพืชค่ะ แต่ทั้งนี้ ควรเป็นอาหารสำหรับปลาคราฟโดยเฉพาะยิ่งดีนะคะ เพราะปลาคราฟ ไม่จัดอยู่ในกลุ่มปลากินพืช หรือปลากินเนื้อนั่งเองค่ะ ดังนั้น จึงควรเป็นอาหารผสมระหว่าง อาหารปลากินพืชและอาหารปลากินเนื้อ นอกจากนี้ อาจจะให้อาหารเสริมอื่น เช่น รำข้าว ขนมปัง เศษผัก หรือ ปลวกแมลงต่าง ๆ เป็นต้นค่ะ สำหรับความถี่การให้ให้อาหารปลาคราฟ ควรให้ 1-2 ครั้ง/วัน ในช่วงเช้าหรือเย็นนะคะ

Login