มือใหม่เลี้ยงปลาคราฟ

มือใหม่เลี้ยงปลาคราฟ

มือใหม่เลี้ยงปลาคราฟ อยากเลี้ยงปลาคราฟต้องทำยังไง?

มือใหม่เลี้ยงปลาคราฟ ปลาคราฟเป็นปลาที่มีความเชื่อง สวยงาม เลี้ยงง่าย และยังเป็นที่ต้องการของผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั้งในและนอกประเทศ มีหลากหลายราคา ตั้งแต่หลักร้อยไปไปจนถึงหลักแสนเลยที่เดียว สำหรับวันนี้ผู้เขียนมีข้อมูล แก่ผู้ที่กำลังสนใจเลี้ยงปลาคราฟมาฝากกันค่ะ

มือใหม่เลี้ยงปลาคราฟ การเลือกซื้อปลาคราฟ

การที่เราจะหาปลาคราฟมาเลี้ยงนั้น ควรมองหาลูกปลาที่มีอนยุ 1-2 ปี มาเลี้ยงค่ะ ไม่ควรนำปลาคราฟขนาดใหญ่มาเลี้ยง และไม่ควรนำปลาชนิดอื่นมาเลี้ยงรวมกับปลาคราฟ หากไม่จำเป็น เพราะปลาชนิดอื่นอาจเป็นพาหะหรือตัวนำเชื้อโรคมาให้ปลาคราฟได้ค่ะ

การเลี้ยง

ปลาคราฟจัดว่าเป็นปลาที่อึด ทน แข็งแรง เลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลมากเหมือนสัตว์อื่น ๆ สามารถปรับตัวได้ดีกัยสภาพอากาศต่าง ๆ และน้ำที่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี เป็นปลาที่น่ารัก เชื่อง รักสันติ เป้นปลาที่ชอบสังคม ชอบอยู่เป็นกลุ่ม เพราะฉะนั้น เราควรเลี้ยงอย่างน้อย 3 ตัวในบ่อ ๆ หนึ่ง ระบบน้ำเลี้ยงนั้น น้พต้องวนอยู่ตลิดเวลานะคะ คือการใช้ปั้ม เพื่อผ่านขบวนการ การกรองตลอดเวลา ถ้าท่านมีที่ใหญ่หน่อย ก็สามารถเลี้ยงปลาได้มากกว่า 3 ตัวค่ะ

ปลาจะว่ายน้ำเป็นฝูง สวยงาม ทำให้เราเพลิดเพลิน เมื่อมีตะใคร่น้ำเกาะขอบบ่อ ไม่ควรขัดออกนะคะ เพราะนั่นเป็นสารอาหารอย่างดีของปลา และยังเป็นการรักษาระบบนิเวศน์ได้เป็นอย่างดี เศษอาหารก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ถ้ามีเศษอาหารลอยเหลืออยู่จากการให้อาหารปลา ให้รีบตักออกทันที เพราะปล่อยทิ้งไว้น้ำจะเกิดการเน่าเสีย ออกซิเจนก็ต้องมีตลอดเวลานะคะ ทั้งกลางวันและกลางคืน แสงแดดก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ควรมีแดดส่องอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงต่อวัน และควรทำสะพานเล็ก ๆ สำหรับคนเพื่อความสวยงามของบ่อ และตัวปลายังชอบแอบอยู่ใต้สะพานอีกด้วยค่ะ สำหรับบ่อปลาที่อยู่ภายในบ้าน ก็ให้มีแสงจากนีออน แสงอาทิตย์ โดยการตั้งเวลา timer บางท่านชอบปลูกไม้น้ำในบ่อปลา ผู้เขียนไม่สนับสนุนนะคะ เพราะใบไม้ที่เน่ามีผลเสียต่อปลา ถ้าปลาโตขึ้น นั่นหมายความว่าประชากรเริ่มหนาแน่น ควรตักบางอย่างออกบ้าง

ขนาดของพื้นที่หรือบ่อที่จะใช้เลี้ยงปลา

  1. ผู้เลี้ยงที่ตัดสินใจจะเลี้ยงปลาคราฟ ควรเริ่มต้นด้วยการขุดบ่อขนาด 80×120 ลึก 50 เซนติเมตร มีสะดือที่ก้นบ่อขนาด 1×2 ฟุต ลึกประมาณ 4-6 นิ้ว เพื่อไว้เป็นที่เก็บขี้ปลาและสิ่งสกปรก
  2. ติดตั้งระบบถ่ายเทน้ำเสีย เพื่อช่วยให้น้ำในบ่อสะอาดอยู่ตลอดเวลา สำหรับบ่อที่จะใช้เลี้ยงปลาคราฟ ควรเป็นบ่อซีเมนต์ เพราะสามารถดัดแปลงเป็นบ่อธรรมชาติได้ง่าย มีตะใคร่น้ำเกิดและเกาะได้เร็ว ซึ่งตะใคร่น้ำนั้นจะเป็นอาหารที่ดีของปลา
  3. สามารถดูดสิ่งสกปรก แอมโมเนียที่อยฝุ่ในน้ำได้อีกด้วยค่ะ และบ่อควรจะตั้งอยู่ในที่ที่มีร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ที่ให้ความร่มรื่นพอสมควร อย่าให้อยู่กลางแจ้ง เพราะจะทำให้สีสันจืดจางลง และโตช้าอีกด้วยค่ะ

การเตรียมน้ำเพื่อเลี้ยงปลา

  • น้ำที่จะใช้เลี้ยงควรเป็นน้ำประปา จะดีกว่าน้ำชนิดอื่นนะคะ เพราะน้ำประปามีสภาพเป็นกลาง
  • ถ้าหากใช้น้ำฝนในการเลี้ยง จะทำลายสีของปลาค่ะ และปลาอาจเกิดโรคได้ง่าย ส่วนน้ำจากแม่น้ำลำคลองก็ไม่เหมาะ เพราะมีเชื้อโรคที่สร้างอันตรายต่อปลาได้ หากไม่มีน้ำประปาต้องใส่ยาฆ่าเชื้อและเติมปูนขาว เพื่อปรับสภาพน้ำจากกรดให้กลายเป็นกล่งเสียก่อนนะคะ แล้วค่อยนำมาใช้เลี้ยงปลาได้
  • ทางที่ดีควรติดตั้งระบบหมุนเวียนของน้ำและเครื่องพ่นน้ำ เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้น้ำในบ่อได้ถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา และมีออกซิเจนเพียงพอต่อปลาด้วยค่ะ

การให้อาหาร

ผู้เลี้ยงควรให้อาหารไม่เกินวันละ 2 เวลา คือ เช้ากับเย็น และข้อควรจำในการให้อาหาร คือ ต้องให้ตามเวลาเพื่อให้ปลาเกิดความเคยชินและเชื่องกับผู้ที่เลี้ยง อาหารต้องกะให้พอเหมาะกับจำนวนปลา ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป ทั้งนี้ ต้องคอยสังเกตว่าปลากนอาหารอย่างไร ถ้าอาหารหมดเร็วแสดงว่าปลายังต้องการอาหารเพิ่ม ก็สามารถเพิ่มลงไปได้อีกเล็กน้อย แต่ถ้าอาหารลอยน้ำอยู่ให้รีบตักออก เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้น้ำจะเสียเร็ว ควรให้อาหารพวกผสมสาหร่ายสไปรูลิน่า (สาหร่ายเกลียว) เพื่อเร่งสีสันให้สวยงาม สำหรับอาหารที่ให้ แนะนำเป็นเนื้อปลาป่น กุ้งสดบด เนื้อหอย เนื้อปู แลาหมึก ข้าวสาลี รำ ผักกาด ข้าวโพด แมลง สาหร่าย ตะใคร่น้ำ แหน ลูกน้ำ หนอนแดง ถั่วหลือง ขนมปัง และอาหารสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาดค่ะ

การเปลี่ยนน้ำ

เมื่อผู้เลี้ยงสังเกตเห็นว่าน้ำในบ่อเริ่มขุ่น และมีสิ่งสกปรกมาก ต้องรีบเปลี่ยนน้ำทันที และขณะที่ถ่ายน้ำออก 1 ใน 3 ส่วนของบ่อ จะต้องเพิ่มน้ำใหม่แทนในปริมาณเท่าเดิม โดยใช้น้ำประปาที่เก็บไว้ 2-3 วัน หลังจากที่คลอรีนระเหยแล้ว อย่าใช้น้ำประปาที่กรองจากก๊อกใหม่ ๆ หรือน้ำประปาที่เก็บไว้นาน เพราะจะเกิดอันตรายต่อปลาได้ค่ะ อีกทั้งยังควรรักษาอุณหภูมิของในน้ำในบ่อ ให้อยู่ในระดับ 20-25 องศาเซนติเกรด หากร้อนหรือเย็นจัดจะทำให้ปลาเติบโตอย่างเชื่องช้า

ปลาป่วย

ปลาก็เหมือนคน มีอาการป่วย แล้วแต่ความต้านทานฝดรคของปลาแต่ละตัวไม่เหมือนกัน หลายท่านเข้าใจผิดว่าต้องโรยยาลงในบ่อเพื่อฆ่าเชื้อต่าง ๆ ทั้ง ๆที่ปลาไม่เป็นอะไร ไม่ควรอย่างยิ่งนะคะ เพราะนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลาดื้อยา โรคของปลาาส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อโรคจากแบคทีเรีย อาการต่าง ๆ เราสังเกตได้ไม่ยาก คือ ปลาจะไม่กินอาหาร และมีอาการซึม มักจะแอบอยู่ตามซอกหรือมุมบ่อ ควรแยกปลาป่วยออกและสังเกตโรคเฉพาะอย่าง เช่น โรคเน่าเปื่อย โรคจุดขาว หนอนสมอ เชื้อรา เห็บ ส่วนยารักษาจะเป็นยาปฏิชีวนะเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามปลาแทบจะไม่ป่วยถ้าท่านเลี้ยงแบบถูกต้องนะคะ

ศัตรูของปลาคราฟ

ถ้าบ้านท่านอยู่ในต้องเมืองก็ไม่มีอะไรหน้ากลัวสำหรับปลาคราฟ แต่ถ้าอยู่ชนบทต้องระวังพวกนกกินปลาต่าง ๆ ตัวนาก ตัวเงินตัวทอง งู ถ้าท่านพบว่า ปลาของท่านถูกทำร้าย อาจมีบาดแผลต้องแยกปลาออกมารักษาต่างหาก ปลาบาดเจ็บจะไม่กินอาหาร ไม่ต้องให้อาหารในเวลานี้นะคะ ยิ่งเราฝืนให้อาหาร น้ำยิ่งจะเสีย ทำให้เกิดการเพาเชื้อโรคมากขึ้นค่ะ เมื่อปลามีอาการดีขึ้นให้สังเกตปลาเริ่มเคลื่อนไหว

ยากักโรคปลาคราฟ

ยากักโรคปลาคราฟ เป็นยารักษาอาการของโรคปลาคราฟ ที่เกิดจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น แบคทีเรีย การติดเชื้อ การอักเสบต่าง ๆ แผลตามตัวทั่วไป รวมไปถึงการตกเลือด ตัวแดง และอาการภายนอกต่าง ๆ นะคะ ซึ่งยากักโรคของปลาคราฟ เหมาะสมที่จะใช้กักโรคก่อนที่จะปลาลงไปเลี้ยงค่ะ

ขั้นตอน การกักโรคปลาคราฟ

ขั้นตอนแรก เตรียมบ่อกักขนาด 200 ลิตร แนะนำควรมีถังกรองแยก 1 ชุด และ หัวชุดออกซิเจน 1 หัว

จากนั้นน้ำปลาที่ซื้อมาแช่น้ำอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้น้ำในถุงกับน้ำในบ่อเท่ากันเพราะจะทำให้ปลาน็อคน้ำได้ หากเทปลาลงบ่อที่เตรียมไว้เลย

รอดูอาการปลา 20-30 นาที ถ้าปลาว่ายน้ำปกติ

ใส่เกลือสำหรับปลาคราฟอัตราส่วน 300 กรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร แล้วรอให้เกลือละลาย

เริ่มใส่ชุดยากักโรคปลาคราฟ อัตราส่วน 0.5 กรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร (ประมาณครึ่งช้อนไอศกรีม)

ครวใส่ยา ในวันที่ 1, 5, 9, 13, 17, 21, 25, 29

ให้อาหารปลาเล็กน้อยตอนเช้าวันที่ 4, 8,12, 16, 20, 24, 28 จากนั้นตอนเย็นเปลี่ยนน้ำใหม่ 20%

การเปลี่ยนน้ำใหม่

  • วันที่ 4, 8 ใช้น้ำสะอาด 20% พร้อมตรวจเช็คสุขภาพปลา
  • วันที่ 12, 16, 20, 24, 28 ใช้น้ำจากบ่อหลัก 20% พร้อมตรวจเช็คสุขภาพปลา

– วันที่ 20 นำปลาในบ่อหลักมาเลี้ยงรวมด้วย 1 ตัว

– วันที่ 30 ตรวจสุขภาพปลาในบ่อกัก หากแข็งแรงทุกตัว นำลงบ่อเลี้ยงหลักได้เลย

Login