วิธีแก้น้ำด่างในบ่อปลา

วิธีแก้น้ำด่างในบ่อปลา

วิธีแก้น้ำด่างในบ่อปลา หมายถึง ค่า PH สูง สภาพน้ำเป็นด่าง หรือ เบสมาก มีค่ามิเตอร์มากกว่า 8.5 ขึ้นไป การปรับแก้ควรจะเพิ่มกรด ควรจะใช้กรดจากธรรมชาติ เช่น น้ำส้มสายชูกลั่น แป้ง น้ำตาล กากน้ำตาล หรือ จุลินทรีย์ ในปริมาณที่เหมาะสม ควรเติมที่ละน้อยและเช็คค่า PH ดูว่าสมดุลหรือยัง หากใส่มากเกินไปต้องระบายน้ำออก และเติมน้ำใหม่ หากใส่น้อยเกินไปก็ควรเติมที่ละน้อย จนกระทั่งสมดุล

แต่การเติมกรดลงในน้ำ จะทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำ ลดต่ำลง และจุลินทรีย์ในน้ำมากขึ้น อาจทำให้ปริมาณไนเตรท ไนไตรสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ดังนั้น ควรใช้ปริมาณที่เหมาะสม และเมื่อระดับความเป็นด่าง ลดลงแล้ว ก็ควรจะเปลี่ยนน้ำเพื่อให้ค่าออกซิเจนเพิ่มขึ้น ไนเตรท ไนไตรลดลง ค่า PH สูง มักจะเกิดกับบ่อดิน ในบริเวณที่เป็นดินเค็ม หรือดินด่าง บ่อปลา ปูนเปลือยที่พึ่งทำเสร็จใหม่ ๆ บ่อเก็บน้ำที่เป็นบ่อปูน

ดังนั้น การแก้ไข หากเป็น “บ่อดิน” ก็ควรจะใช้สารกรดต่าง ๆ ข้างต้น เป็นตัวปรับสภาพน้ำและดิน ส่วน “บ่อปูน” ควรจะใช้น้ำส้มสายชูกลั่น เช็ดให้ทั่ว หรืออาจใช้ลำต้นกล้วยแช่ในบ่อประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นล้างบ่อให้สะอาดก่อนใส่น้ำ

ผู้เลี้ยงปลาสวยงามมือใหม่หลายท่าน คงมีบางท่านที่ยังอาจไม่ทราบว่า น้ำด่างในบ่อคืออะไร ? หรือความเป็นกรด ความเป็นด่าง คืออะไร ? ต้องแก้ไขยังไง และต้องเตรียมยังไงในการย้ายปลาใหม่ วันนี้ผู้เขียนจะพาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีแก้น้ำด่าง การเตรียมพร้อมในการย้ายปลาใหม่ การย้ายปลาใหม่ยังไงให้รอด มาเขียนให้ผู้เลี้ยงปลามือใหม่ ได้มาศึกษา และทำคงวามเข้าใจกันค่ะ

ชุดทดสอบค่าความเป็นกรด – ด่าง

ชุดทดสอบค่าความเป็น เป็นด่าง

วิธีแก้น้ำด่างในบ่อปลา สภาพความเป็นกรดในน้ำคืออะไร?

หมายถึงค่า PH ในน้ำต่ำ สภาพน้ำเป็นกรด มีค่ามิเตอร์ต่ำกว่า 6 ลงไป การปรับแก้ควรจะเพิ่มด่างลงไปในน้ำ เช่น ปูนขาว เกลือทะเล เป็นต้น ในกรณีเลี้ยงปลาสวยงาม แนะนำให้ใช้เกลือทะเล เพราะจะควบคุม ดูแล และหาซื้อได้ง่ายกว่า สภาพความเป็นกรดสูงจะทำให้แอมโมเนีย ไนเตรท ไนไตร ในน้ำสูงขึ้น ออกซิเจนในน้ำต่ำอาจทำให้ปลาช็อคน้ำตายฉับพลันได้ การเปลี่ยนน้ำในปริมาณมาก ๆ ติดต่อกันหลาย ๆ วันก็สามารถเพิ่มค่า PH ต่ำ ได้ดีเช่นกัน

การเลี้ยงปลาใหม่ยังไงให้รอด

การย้ายที่อยู้ใหม่ของปลานั้น ส่วนมากแล้วจะสร้างความตึงเครียดให้กับปลาใหม่มากมายที่เดียว สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป จะทำให้ปลาใหม่รู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นความกังวลที่ทำให้ปลา หยุดกินอาหารจนเสียชีวิตได้ สภาพน้ำใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม เช่น ปริมาณคลอรีนที่มากกว่าเดิม ค่าความเป็นกรด ความเป็นด่าง แตกต่างกันมาก อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ปลาต้องปรับตัวไปอย่างมาก ซึ่งความแตกต่างมีมาก อาจทำให้ปลาเกิดอาการ “ช็อคน้ำ” จนเสียชีวิตฉับพลันได้ การที่เป็นสมาชิกใหม่โดยที่มีสมาชิกเดิมอยู่แล้ว นั่นก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ปลาใหม่เสียชีวิต จากการโดนเจ้าถิ่น ข่ม หรือ ทำร้าย ได้เช่นกัน ดังนั้น การย้ายปลาใหม่ ควรจะมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อม เพื่อให้ปลาใหม่ที่เราย้าย ปรับตัวจนกระทั่งแข็งแรง

5 วิธีการย้ายปลาใหม่

  1. ควรเตรียมน้ำล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ โดยการเปิดระบบน้ำให้มีการกรองตามปกติ เพื่อกำจัดคลอรีน ปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง ของน้ำประปา และให้ระบบกรองได้ทำงานอย่างเต็มระบบ
  2. หากสามารถทราบค่าน้ำต่าง ๆ ของผู้จำหน่าย หรือฟาร์มผู้เพาะพันธุ์ เช่น มีค่าความเป็นกรด ด่างเท่าใด? มีอุณหภูมิเท่าใด? ก็ควรจะปรับค่าน้ำที่เตรียมเอาไว้ให้ใกล้เคียง การปรับค่ากรด-ด่าง สามารถทำได้หลายวิธี แต่ก่อนอื่น เราต้องมีความรู้ความเข้าใจความหมายของความเป็นกรด ความเป็นด่าง เสียก่อน ซึ่งค่า PH ปกติ ตามกฏขององค์กรอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 6.5-8 ซึ่งค่า PH ในน้ำประปาของประเทศไทย จะอยู่ที่ประมาณ 7.0-7.5 ซึ่งถือว่าเป็นค่ามาตรฐาน
  3. การเตรียมสภาพแวดล้อมสำหรับปลาใหม่ ควรจัดหาที่หลบซ่อน เช่น กระถาง ตอไม้ เป็นต้น เพราะปลาที่เป็นสมาชิกใหม่ มักจะมีความหวานระแวงสูง อาจถูกปลาเก่าซึ่งเป็นเจ้าถิ่นทำร้ายได้ ดังนั้น ควรมีบริเวณให้ปลาใหม่ได้หลบซ่อน ป้องกันตัวบ้าง หรือหากพบเห็นปลาเก่าทำร้าย หรือไล่ต้อนตลอดเวลา ก็ควรแยกปลาเก่าเดิมออกไปก่อน ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วค่อยนำมาใส่เช่นเดิม ก็จะช่วยให้ปลาเจ้าถิ่น หรือปลาที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้ ดุร้าย น้อยลง
  4. ก่อนที่จะถ่ายปลาใหม่จากบรรจุภัณฑ์ ลงในตู้ หรือบ่อที่เตรียมเอาไว้ เพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิของน้ำในบรรจุภัณฑ์ และน้ำในตู้ หรือบ่อ ให้มีอุณหภูมิใกล้เคียงกัน ควรจะแช่บรรจุภัณฑ์ที่ใส่ปลามาลงในตู้ หรือบ่อ ประมาณ 15-30 นาที ตามแต่ปริมาณน้ำในบรรจุภัณฑ์ หรือหากบรรจุภัณฑ์มีขนาดใหญ่ หรือไม่สามารถแช่ลงตู้ หรือบ่อได้ ก็ควรตักน้ำในตู้หรือ บ่อ ลงในบรรจุภัณฑ์เรื่อย ๆ ทุก ๆ 5 นาที เพื่อให้ปลาค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิ และค่าสภาพน้ำต่าง ๆ ทีละน้อย ๆ
  5. เมื่อปล่อยปลาใหม่ ลงไปแล้ว ไม่ควรให้อาหารในทันที ควรเว้นระยะการให้อาหาร หลังจากปล่อยปลาลงในตู้ หรือบ่อเลี้ยง ประมาณ 12-24 ชั่วโมง และควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ประมาณ 3 วัน หรือเมื่อปลากินอาหารหรือขับถ่ายปกติ

การโยกย้ายปลาใด ๆ ก็ตามจากแห่งหนึ่ง ไปยังที่อีกแห่งหนึ่ง หรือบ้านใหม่ของปลา ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย การที่จะต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ สภาพน้ำใหม่ ค่าน้ำใหม่ หรือแม้กระทั่งเพื่อนใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะทำให้ปลาใหม่ “รอด” หรือ “ร่วง” ดังนั้น ผู้เลี้ยงปลาสวยงามทุกท่าน โดยเฉพาะผู้ที่เลี้ยงปลามือใหม่ ต้องมีความเตรียมพร้อม ความใส่ใจ และควรสอดส่องดูแล ค้นคว้า หาข้อมูล ทั้งเรื่องของโรคต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นกับปลา วิธีการรักษา เพื่อที่น้องปลาสวยงามของเรา จะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง แหวกว่ายน้ำอวดสีสัน ให้เราดูไปนาน ๆ ค่ะ ครั้งหน้าผู้เขียน จะนำเรื่องราวอะไรมาเขียนให้ผู้เลี้ยงปลาสวยงามได้ศึกษากัน อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ ^^

Login