วิธีแก้น้ำเป็นฟองในบ่อปลา

วิธีแก้น้ำเป็นฟองในบ่อปลา

วิธีแก้น้ำเป็นฟองในบ่อปลา เนื่องจากสภาพน้ำในบ่อเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเฝ้าสังเกตน้ำเป็นประจำจะช่วยให้เรารู้สุขภาพของปลา ฟองอากาศจะมีที่ผิวน้ำบ่อย ๆ คุณไม่ต้องกังวลหากฟองอากาศนี้มันปรากฎที่หัวจ่ายอากาศ และหายไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามหากมันเกาะติดอยู่ที่ผนังบ่อนาน ๆ แสดงว่าสภาพน้ำในบ่อเริ่มแย่แล้ว ฟองอากาศเหล่านี้ มันอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

วิธีแก้น้ำเป็นฟองในบ่อปลา สาเหตุการเกิดฟองในบ่อปลา

  • ระบบกรองทำงานได้ไม่ดี น้ำในบ่อปลาจึงอาจมีปริมาณออกซิเจนที่ต่ำไป
  • เติมน้ำใหม่ไม่เพียงพอ
  • เกิดจากของเสีย หรือ การที่ให้อาหารมากจนเกินไป อาหารที่เหลือ จะสะสมอยู่ในน้ำ จึงทำให้ฟองอากาศที่มาจากคุณภาพน้ำ เกิดเป็นฟอง
  • เกิดจากปลาที่เราเลี้ยง ขับถ่ายของเสียออกมา จะถูกขับออกมาเป็นฟองอากาศ กรณีที่ขับออกมาแล้ว เป็นสีขุ่น จะบ่งบอกได้ว่า คุณภาพน้ำในบ่อไม่ดี
วิธีแก้น้ำเป็นฟองในบ่อปลา-1

วิธีแก้น้ำเป็นฟองในบ่อปลา

หาดฟองเกิดขึ้นดังกล่าว แนะนำให้เติมน้ำใหม่ในบ่อ อย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณน้ำในบ่อ ตรวจสอบและทำความสะอาดบ่อกรอง ไม่ต้องล้างมิเดียกรองจนสะอาดหมดจด ให้ใช้น้พในบ่อล้าง จะเป็นผลดีกับแบคทีเรียที่ช่วยสลายในบ่อ

หัวใจสำคัญของการเลี้ยงปลา ที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับที่หนึ่งก็คือ “น้ำ” ถ้าทำให้น้ำสะอาด และใส เหมือนที่เห็นตามฟาร์มปลามืออาชีพเขาทำกัน รับรองได้ค่ะว่า ปลาทุกบ้านจะมีความแข็งแรง สีสันสวยงาม ได้อย่างที่ต้องการค่ะ ต่อมาเรามาดูเรื่องของระบบกรอง กันต่อนะคะ ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญ ที่ทำให้ปลาของเราแข็งแรงค่ะ ><

น้ำจะดีไม่ดี ใสไม่ใส ระบบกรองเป็นหัวใจสำคัญมากนะคะ การทำให้น้ำใสและสะอาดด้วยนั้น ก็ต้องมุ่งเน้นทำ “ระบบกรองฯ” และควรเลือกให้เหมาะสมกับระบบ ทิศทางการไหลเวียนของน้ำทั้งระบบของบ่อกรองให้ดี และต้องมีความเหมาะสมกับจำนวนปลาที่เลี้ยงด้วย รวมทั้งสิ่งสำคัญมาก ๆ อีกอย่างก็คือ การเติมอากาศแบบมรคุณภาพให้เพียงพอของทั้งระบบบ่อเลี้ยงและบ่อกรอง ถ้าด้ครบถ้วนตามนี้ รับรองว่า แจ่ม!! ค่ะ แถมอีกนิดนึง คือ เรื่องการให้อาหารปลา ควรให้อาหารตามความเหมาะสมกับจำนวนของปลา ปลาที่กินน้อย ๆ กลับทำให้ปลาแข็งแรง และอายุยืนกว่าปลาที่ได้กินเยอะ ให้ปลาได้โตแบบธรรมชาติที่ไม่ต้องเร่งโตมากมาย ปลาจะอยู่กับเรานาน ๆ ค่ะ และน้ำในบ่อก็จะมีคุณภาพดี แตกต่างอย่างชัดเจนกับการให้อาหารปลามาก ๆ บางทีอาหารที่ให้มากจนเกินไป จพทไให้หลงเหลืออาหารอยู่ น้ำก็จะขุ่น น้ำเสียเร็วค่ะ และส่วนใหญ่บ่อกรองจะมีหลักใหญ่ๆ เข้าใจง่าย ๆ มีอยู่ 2 ข้อ ค่ะ ได้แก่

ระบบถังกรองน้ำบ่อปลา

1.ช่องกรองกายภาพ

ช่องกรองนี้จะเป็นช่องกรองแรกสุดที่ทำงาน น้ำในบ่อปลาทุกหยดมีทั้ง ขี้ปลา เศษอาหาร ใบไม้ จะต้องถูกดูดลงก้นบ่อแล้วไหลลงไปทางสะดือบ่อ ไปเข้าที่ช่องกรองนี้ เมื่อกักตะกอนเก็บไว้หมดแล้ว จะต้องไม่เกิดการอุดตันที่วัสดุกรองจนน้ำไหลผ่านต่อไปไม่ได้ จะเกิดปัญหาที่สำคัญมาก คือ น้ำจะไหลไปไม่ถึงช่องสุดท้ายของระบบกรองที่มีปั้มแช่อยู่ ทำให้น้ำในช่องนั้นแห้ง ปั้มน้ำจะไหม้ ถือว่าอันตรายมาก ดังนั้นควรเลือกวัสดุที่ดี มีคุณภาพ จะทำให้ไม่เกิดการเสียหาย

2.ช่องกรองชีวภาพ

รูปแบบการกรองในขั้นตอนนี้ คือ การสร้างพื้นที่ยึดเกาะสำหรับสิ้งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “แบคทีเรีย” และ “จุลินทรีย์” ซึ่งต้องมีจำนวนมหาศาล เพราะต้องการให้สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เหล่านี้เข้ามาเกาะอาศัย เพราะแบคทีเรีย และ จุลินทรีย์ จะทำหน้าที่ดักจับกินของเสียต่าง ๆ ให้น้ำสะอาดขึ้น น้ำจะมีความสมดุล ลดความสกปรกของน้ำลงด้วยวิถีของธรรมชาติแท้ ๆ ดังนั้นเราต้องเติมออกซิเจนมาก ๆ ลงไป เพื่อให้พวกมันใช้ในการเจริญเติบโตจะได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น เพื่อให้รับมือกับปริมาณของเสียในระบบบ่อทั้งหมด และที่ต้องเน้นมาก ๆ ก็คือ วัสดุกรองที่ใส่ในช่องนี้ที่ต้องมีพื้นที่ให้ แบคทีเรียและจุลินทรีย์มาเกาะอาศัยมาก ๆ

เพราะสาเหตุเดียวกันกับช่องแรก ก็คือ ป้องกันไม่ให้น้ำไม่เกิดการอุดตันที่ช่องนี้จนเกิดปัญหาปั้มน้ำไหม้ พื้นผิวมาก ๆ ที่ว่า ไม่ได้นับรวมกับรูพรุนที่อยู่ในซอกลึกของก้อนวัสดุ เพราะส่วนที่อยู่ซอกลึก ๆ แบบนั้น จะไม่ค่อยมีแบคทีเรียดี ๆ ไปซุกอยู่ ก็เพราะมันไม่ได้สัมผัสการไหลผ่านของน้ำโดนตัวของมัน เลยไม่มีเศษอาหารและอากาศดี ๆ เข้าไปในนั้นได้เลย นั่นก็ทำให้ วัสดุประเภทนี้เป็นก้อน ๆ ที่มีรูพรุนอยู่ด้านในก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรกับการบำบัดน้พเสีย แบบชีวภาพมากเท่าที่เราคาดหวังเอาไว้ และส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักมาก

วางระบบกรอง

เนื่องจากปลาสวยงามทั้งหลาย รวมถึงปลาคราฟ ชอบอาศัยในน้ำที่สะอาดเป็นพิเศษจำเป้นต้องมีบ่อกรอง ซึ่งควรมีขนาดประมาณหนึ่งในสามของบ่อปลา มีความลึกกว่าบ่อ เพื่อให้น้ำไหลไปบ่อกรองได้ง่าย ซึ่งตำแหน่งบ่อกรองสามารถซ่อนใต้พื้นทางเดิน ศาลา หรือ หลังน้ำตกก็ได้ นอกจากนี้ควรทำความสะอาดบ่อทุกเดือน

เตรียมบ่อ

บ่อเลี้ยงปลา หรือบ่อปลาคราฟ ควรเป้นบ่อซีเมนต์ อยู่ในที่ร่มเงา ความลึกของระดับนำไม่ต่ำกว่า 80 เซนติเมตร ความลึกที่เหมาะสมที่สุด คื อ1.80 ้มตร ขนาดความกว้างขึ้นอยู่กับจำนวนแลาที่เลี้ยง และขนาดตัว โดยขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 80 x 120 เซนติเมตร มีจุดรวมที่ต่ำสุดก้นบ่อ สำหรับดูดน้ำและของเสียจากบ่อ เรียกว่า “สะดือบ่อ” เมื่อทำบ่อเสร็จใหม่ ๆ ควรแช่น้ำในบ่อไว้นาน 1 อาทิตย์ แล้วปล่อยออก จากนั้นกักไว้อีก 3 วัน จึงค่อยเปิดระบบกรอง

ผังโครงสร้างของบ่อปลา

  1. บ่อปลา
  2. สะดือบ่อ
  3. ท่อน้ำจากบ่อปลา
  4. บ่อกรอง
  5. เครื่องปั้มน้ำ
  6. ท่อน้ำทิ้ง
  7. ท่อน้ำกลับบ่อปลา
  8. หัวพ่นอากาศ
  9. วาล์ว
  10. น้ำพุ หรือ น้ำตก

 

Login