สายพันธุ์ปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ

สายพันธุ์ปลาคราฟ

สายพันธุ์ปลาคราฟ ที่นิยมเลี้ยง มีมากมายหลากหลายสายพันธุ์นะคะ แล้วแต่ความชอบ และรสนิยมของผู้เลี้ยง หรือาจจะเลี้ยงเพราะเสริมดวง เสริมฮวงจุ้ยให้กับบ้านตัวเองก็เป็นไปได้ค่ะ และสายพันธุ์ปลาคราฟจะนิยมเลี้ยงกันอยู่ 13 สายพันธุ์หลัก ๆ นะคะ ได้แก่

1.โคฮากุ (Kohoku) เป็นปลาคราฟที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุด ปลาจะมีสีขาวและสีแดง และสีจะต้องคมชัด

โคฮากุ

2. ไทโชซันเก้ (Taiaho Sanke) เป็นปลาคราฟ 3 สี คือ สีขาว สีแดงและสีดำ สีดำบนตัวปลานั้น ต้องดำสนิท ไม่ควรมีสีดำบนส่วนหัว และไม่ควรมีสีแดงที่ส่วนครีบและหาง

ซันเก้

3.โชวา ซันโชกุ (Showa Sanshoku) เป็นปลาคราฟ 3 สี เหมือนกับสายพันธุ์ไทโชซันเก้ แต่จะแตกต่างกันคือ สีขาวและสีแดงจะรวมตัวอยู่บนสีดำขนาดใหญ่ และมีสีดำเชื่อมต่ิกับครีบแลัลำตัวเป็นรูปตัว Y

ซันโชกุ

4.อุจิริ โมโน (Utsuri Mono) เป็นปลาคราฟที่มีสีดำพาดผ่านตัวปลาบนพื้นสีอื่นๆ

อุจึริโมโน

5. เบคโกะ (Bekko) เป็นปลาคราฟที่มี 2 สี เป็นลายจุดดำแต้มอยู่บนพื้นสีอื่น ๆ จุดดำจะมีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป

เบคโกะ

6.อาซากิ ชูซุย (Asagi Shusui) เป็นปลาคราฟสายพันธุ์ที่มาจากปลาไนโดยตรง มีเกล็ดฟ้าเรียงตัวกันอย่างสวยงาม

ซูซุย

7.โกโรโมะ (Koromo) เป็นปลาคราฟที่ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างอาซากิ ชูซุย กับสายพันธุ์อื่น ๆ มีเกล็ดสีน้ำเงินกระจายอยู่บนลำตัว

โกโรโมะ

8. โอกอน (Ogon) เป็นปลาคราฟที่มีสีลำตัวสว่างไสว โดยปราศจากลวดลายใด ๆ

โอกอน

9. ฮิการิ โมโย (Hikari Moyo) เป็นปลาคราฟ 2 สี หรือมากกว่า โดยจะมี 1 สีที่แวววาวเหมือนโลหะ

ฮิการิ โมโยโมโน

10.ฮิการิ อุจิริ (Hikari Utsuri) เป็นปลาคราฟที่มีลายดำพาดไปตามลำตัวเหมือนกับ อุจิริ โมโน และมีความแวววาวเหมือนโลหะ

ฮิการิ อุจิริโมโน

11.คินกินริน (Kinginrin) เป็นปลาคราฟที่มีประกายเงินหรือประกายทองอยู่บนเกล็ด และเกล็ดจะดูเหมือนไข่มุก

คินกินริน

12.ตันโจ (Tancho) เป็นปลาคราฟที่มีสีแดงอยู่บนหัวเพียงที่เดียว ซึ่งอาจเป็นรูปทรงกลมหรือรูปอื่น ๆ ก็ได้

ตันโจ

13.คาวาริ โมโน (Kawari Mono) เป็นปลาคราฟที่ไม่มีลวดลายที่แน่นอน ต่างจากสายพันธุ์อื่น ๆ โดยจะมีลวดลายใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกปี

คาวาริ โมโน
โรคและการรักษา

1.โรคโซโคลกิต้า เกิดจากการถ่ายน้ำในบ่อบ่อยครั้งเกินไป การย้ายปลาบ่อยครั้งเกินไป เชื้อโคลกิต้าที่อยู่ในน้ำจะทำลายปลา ทำให้เกิดเป็นแผลขุ่นที่ผิวหนัง และตายไปในที่สุด

วิธีรักษา : ควรใช้เกลือป่นและด่างทับทิมละลาย ละลายให้เจือจางลงในน้ำ เพื่อฆ่าเชื้อโรคโซโคลกิต้า ก่อนจะใช้น้ำไปเลี้ยงปลา สำหรับในรายที่ปลาเป็นโรคนี้ ให้แช่ปลาในน้ำยานี้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

2.เหงือกเน่า เกิดจากเชื้อราคอลัม พาริส ทำให้ปลามีอาการซึม และกินอาหารได้น้อยลง ไม่มีแรงว่ายน้ำ

วิธีรักษา : ใช้ยาปฏิชีวนะ สผมกับอาหาร ในอัตราส่วน 1 ช้อน ต่ออาหารปลา 1 ขีด ให้ปลากินติดต่อกัน 3-4 วัน และจับปลาที่มีอาการมาก แช่ลงในน้ำที่ผสมฟูราเนส เป็นเวลา 10 นาทีทุกวัน จนปลามีอาการดีขึ้น

3.หางและครีบเน่า เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในน้ำ ซึ่งเนื่องมาจากปลาขี้และเศษอาหาร ที่ตกค้างอยู่ในบ่อ ทำให้ครีบและปลายหางหลุดหายไป และจะลามไปทั่วตัว

วิธีรักษา : ต้องรีบถ่ายน้ำ ทำความสะอาดบ่อโดยเร็ว ใช้เอ็นโรโกลด์ผสมกับน้ำ ในอัตราส่วน 1 ขีด ต่อน้ำ 1 ลิตร จับปลาแช่ในน้ำดังกล่าว ติดต่อกัน 3-4 วัน จนดีขึ้น

4.เนื้อแหว่ง เกิดจากปลาได้รับบาดเจ็บ เพราะถูกหินหรือต้นไม้ในบ่อ จนเป็นแผลแล้วเชื้อโรคจากน้ำที่สกปรกเกาะตามผิวหนัง ทำให้เกล็ดหลุดแล้วมีจุดขาว ๆ ตามลำตัว เกาะติดตามผิวหนัง ทำให้เกิดอาการอักเสบเป็นรอยช้ำเลือด จนตายไปในที่สุด

วิธีรักษา : ใช้ยาปฏิชีวนะ ผสมกับอาหารในอัตรา 1 ช้อนชา ต่ออาหาร 1 ขีด ให้ปลากินติดต่อกันจนหาย

5.เชื้อราบนผิวหนัง เกิดจากเชื้อราแพร่กระจายบนผิวหนังปลา ทำให้เนื้อปลาเน่าเปื่อย ถ้าไม่รีบเร่งรักษา ปลาอาจจะตายไปในที่สุด

วิธีรักษา : นำปลามามาแช่ในน้ำที่มีเกลือผสมในน้ำแบบเจือจาง เอาสำลีชุบน้ำยาฟูราเนสทำความสะอาดบาดแผล แล้วจับปลาแช่น้ำยาผสม ฟูราเนสติดต่อกัน 5-7 วัน จนกว่าปลาจะหายขาด

6.ผิวหนังขุ่น เกล็ดพอง เกิดจากจากที่ให้อาหารที่มีโปรตีนและไขมันมากเกินไป ปลาปรับตัวไม่ไม่ทัน จะทำให้ระบบย่อยอาหารของปลาไม่ทำงาน ตามผิวหนังจะเห็นรอยเส้นเลือดขอดขึ้น ผิวหนังเริ่มบวมและอักเสบ

วิธีรักษา : ต้องแช่ปลาในน้ำเกลือจาง ๆ และให้กินอาหารผสมด้วยยาปฏิชีวนะและให้กินอาหารประเภทผักเสริมมากกว่าเดิม

7.ลำไส้อักเสบ เกิดจากการที่ปลากินอาหารหมดอายุ มีเชื้อราปนอยู่ในอาหาร อาการเช่นนี้จะทำให้ปลาไม่ค่อยกินอาหาร มีมูกเลือดปนออกมากับอุจจาระ บางครั้งจะถ่ายออกมาเป็นน้ำขุ่น ๆ

8.เห็บ เกิดจากตัวที่ติดมากับอาหารประเภทผัก ซึ่งขาดการทำความสะอาดอย่างถูกต้อง และติดตัวมากับปลาตัวใหม่ ตัวเห็บนี้มักจะเกาะอยู่ใต้เกล็ดปลา ดูดเลือดปลาเป็นอาหาร ทำให้ปลาว่ายน้ำติดขัดไม่สะดวก ปลาจะเอาตัวถูตามผนังบ่อ หรือเศษหินภายในบ่อ จนเกิดบาดแผลในเวลาต่อมา

วิธีรักษา : ใช้ยาดิมิลิน ผสมลงในบ่อเพื่อป้องกัน ทำลายตัวเก็บตัวเห็บติดต่อกัน 2-3 อาทิตย์ แล้วค่อยหยุดใช้ยา

9.หนอนสมอ ศัตรูร้ายอีกชนิดหนึ่งของปลา คือ หนอนรูปร่างคล้านสมอ ยาวเหมือนเส้นด้าย มันจะเจาะผนังตัวปลา ทำให้ติดเชื้อได้ และตามผิวหนังปลาจะมีรอยสีแดงเป็นจ้ำ ๆ ครีบและเหงือกจะอักเสบ ปลาจะมีอาการซึมเบื่ออาหาร

วิธีรักษา : เช่นเดียวกับการรักษาเกห็บ กล่าวคือ นำยาดิมลินผสมกับน้ำ จับปลาแช่น้ำยาทุก ๆ 3 วัน จนกระทั่งปลามีอาการดีขึ้น และในบ่อเลี้ยงก็ควรหยดน้ำยานี้ลงฆ่าทำลายไข่ตัวหนอนสมอด้วย

10.พยาธิเส้นด้าย ติดมาจากอาหาร ลูกน้ำหนอนแดง ที่ปลากินเข้าไป จะเจาะเข้าไปเจริญเติบโตในตัวปลา และออกมาสร้างรังตามผิวหนังใต้เกล็ดปลา ทำให้ผิวหนังปลาแดงช้ำ ๆ

วิธีรักษา : ให้นำปลาไปแช่ในน้ำเกลือที่เจือจางประมาณ 1-2วัน พยาธิก็จะตาย และปลามีอาการดีขึ้นและควรใส่น้ำยามาโซเต็นผสมลงบ่อ เพื่อฆ่าไข่ของมันด้วย

Login