สาเหตุปลากระโดดออกจากบ่อ

สาเหตุปลากระโดดออกจากบ่อ

สาเหตุปลากระโดดออกจากบ่อ อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หลาย ๆ ท่านอาจสงสัยว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้ปลาของเราที่เลี้ยงไว้กระโดดออกมา อาจจะเป็นเพราะขนาดบ่อที่เลี้ยงแคบ เลี้ยงปลาเยอะ จึงทำให้ปลาเกิดความแออัด การได้รับน้ำใหม่ ฝนตกลงในบ่อเลี้ยง ทำให้ปลาเกิดการปรับตัวไม่ทัน น้ำมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิไม่คงที่ จึงทำให้ปลาเกิดการน็อคน้ำ หรือ กระโดดออกจากบ่อ เป็นต้น

ผู้เขียนได้เกริ่นนำไปข้างต้นบ้างแล้วนะคะ ในบางส่วน ว่าเพราะอะไร ปลาของเราถึงกระโดดออกจากบ่อเลี้ยง มือใหม่เลี้ยงปลาบางท่านอาจยังไม่ทราบ หรือ มีข้อมูลในการรับมือกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่เพียงพอ วันนี้ผู้จะพามาดูสาเหตุและวีธีการป้องกันกันค่ะ เราจะมาดูสาเหตุกันต่อค่ะว่า สาเหตุที่ทำให้ปลาของเรากระโดดออกจากบ่อนั้น ได้แก่สาเหตุอะไรบ้าง

ปลากระโดดออกจากบ่อ
  1. ปริมาณของในน้ำบ่อที่น้อย หากน้ำที่ใช้เลี้ยงปลามีปริมาณที่น้อยจนเกินไป จะทำให้ปลาว่ายน้ำได้อย่างไม่เต็มที่ หรือ หากมีการเลี้ยงปลาเป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้เกิดความหนาแน่นของปลา ปลาแออัด
  2. การได้รับน้ำใหม่ เช่น กรณีฝนตก น้ำฝนตกลงสู่บ่อเลี้ยง ทำให้ค่า PH ในน้ำเปลี่ยนแปลงไป อุณภูมิที่ไม่คงที่ และน้ำฝนที่ตกลงมานั้นอาจเป็นเชื้อโรค หรือ แม้กระทั่งการเปลี่ยนถ่ายเทน้ำ อาจมีผู้เลี้ยงปลาที่ยังไม่ทราบ ว่าการนำน้ำเดิมออกจากบ่อเลี้ยงจนหมด แล้วเติมน้ำใหม่เข้าไปแทนที่นั้น จะทำให้เกิดอาการ ปลาน็อคน้ำ หรือ ปลาบางตัวจะกระโดดออกจากบ่อ เนื่องจากไม่สามารถปรับอุณภูมิได้ทัน
  3. น้ำมีความผิดปกติ อุณภูมิของน้ำไม่คงที่ ความเป็นกรด-ด่าง อาจจะเกินไป ปริมาณออกซิเจนในน้ำน้อย ฯลฯ
  4. ปลาป่วย อาจเกิดจากการปรสิตที่เกาะตัวปลา ทำให้ปลาไม่สบายตัว คัน
  5. คึกคะนอง ปลาอาจจะร่าเริง ทำให้กระโดดเล่นน้ำ
  6. ตื่นเต้น ตกใจ ปลาที่นำมาเลี้ยงใหม่ หรือ ปลาบางตัวอาจยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อม หวาดระแวงกับสภาพแวดล้อม
  7. โดนปลาตัวอื่นไล่ ตัวผู้อาจจะว่ายป้อตัวเมีย หรือ ปลาเจ้าถิ่น คือ ปลาที่เลี้ยงก่อนหน้า มีการข่มปลาใหม่ ทำร้ายปลาที่นำมาปล่อยทีหลัง

จะเห็นได้ว่า มีหลาย ๆ สาเหตุมาก ที่ทำให้ปลาที่เราเลี้ยงไว้นั้น กระโดดออกจากบ่อ ปลาบางตัวอาจจะกระโดดออกมาแล้วได้รับความเสียหาย เช่น ปลาเป็นแผล ปลาตายเพราะขาดออกซิเจน เป็นต้น ในเมื่อทราบถึงสาเหตุแล้ว ต่อไปเรามาดูถึงเรื่องวิธีการป้องกันกันบ้างนะคะ

สาเหตุปลากระโดดออกจากบ่อ มีวิธีป้องกันปลากระโดดออกจากบ่อ

ปลาคราฟ1
  • ทำการปิดบ่อ โดยการทำตะแกรงปิดบ่อไว้ทุก ๆ บ่อที่เลี้ยงปลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสีย
  • จำนวนปลาที่เลี้ยง กับขนาดของบ่อต้องมีความพอดีกัน ถ้าหากบ่อไม่ใหญ่ไม่ควรเลี้ยงปลาจำนวนมาก เพราะจะทำให้ปลาแออัด

น้ำที่ใช้เลี้ยงปลา มาจากหลายที่ หลายแหล่ง ทั้งนี้ การเลือกใช้ประเภทของน้ำขึ้นอยู่กับความสะดวก ปริมาณ และวัตถุประสงค์ของการเลี้ยง และความเหมาะสมในหารจัดหา ซึ่งน้ำ 4 ประเภท ได้แก่

1. น้ำประปา

เป็นน้ำที่นิยมมาใช้เลี้ยงปลากันมากที่สุด เนื่องจากโดยส่วนใหญ่ ผู้เลี้ยงมักอาศัยตามอาคาร บ้านเรือน จึงทำให้เกิดหาน้ำได้ง่ายจากการใช้น้ำประปา ที่สำคัญคือ น้ำประปาถือว่าเป็นน้ำที่มีความเหมาะสมในกาเลี้ยงปลาที่สุด เพราะเนื่องจากกระบวนการผลิตน้ำประปาได้เน้นความใส สะอาด เพื่อการอุปโภค และการบริโภค รวมถึงการฆ่าเชื้อโรคเพื่อทำให้น้ำประปามีความปลอดภัยจากเรื่องของพยาธิที่จะมากับน้ำได้ นอกจากนี้น้ำประส่วนใหญ่จะใช้ปูนขาว เพื่อปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของปลา

** แต่น้ำประปาก็มักจะมีปัญหาในเรื่องของการเปิดใช้น้ำใหม่ ๆ ที่พึ่งเปิดออกจากก๊อก หรือจากท่อ ** ซึ่งได้ได้แก่
  • ปริมาณของคลอรีน กระบวนการผลิตอาจจะมีคอลรีนบางส่วนหลงเหลืออยู่ ก่อนที่จะนำน้ำประปาที่เปิดออกจากก๊อกใหม่ ๆ นั้น ต้องทำการฆ่าเชื้อโรคก่อน โดยการเปิดน้ำประปาผ่านฝักบัว ทำให้น้ำกระจายตัวออกมาที่สุด การที่ให้น้ำมีการกระจายตัว จะช่วยไล่คลอลีนออกจากน้ำได้มาก รองน้ำประปาใส่ภาชะทิ้งไว้ ควรเป็นภาชนะขนาดใหญ่ ปล่อยทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ้าตั้งไว้ในที่มีแสงแดด 1-2 วัน เพื่อให้คลอรีนละเหย แล้วใช้เครื่องปั๊มอากาศผ่านหัวทราย จะทำให้น้ำเกิดการหมุนเวียนตลอดเวลา ทำแค่ 4-6 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแรงของปั๊ม **ในกรณีที่มีความจำเป็นใช้น้ำเร่งด่วนในการเลี้ยงปลา คือ จะต้องใช้สารเคมีลงไป เพื่อให้คลอรีนที่ตกค้างอยู่ละเหยไปจนหมด ซึ่งสารเคมีที่นิยมใช้ คือ สารโซเดียมไธโอซัลเฟต (Na2S2O3. 5H2O) สารนี้จะมีลักษณะเป็นเกล็ดยาว และเป็นเหลี่ยมผลึก ใส จะให้ความเย็นเมื่อใส่ลงไปในน้ำ โดยอัตราการใช้ทั่วไป คือ 1 เม็ด (เกล็ด) ต่อปริมาณน้ำ 5 ลิตร หรือตู้ปลาขนาด 18 นิ้ว จะใส่จำนวน 6 เม็ด และตู้ปลาขนาด 24 นิ้ว ใส่จำนวน 10 เม็ด สารนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายปลาสวยงาม หรือ ร้านขายเครื่องมือวิทยาศาสตร์
  • การสะสมของก๊าซภายในน้ำ น้ำประปาที่ถูกส่งไปตามท่อต่าง ๆ เพื่อส่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ นั้น ในระหว่างที่น้ำไหลตามท่อจะเกิดแรงดัน ทำให้มรก๊าซต่าง ๆ สะสมอยู่ในน้ำเป็นจำนวนมาก ก๊าซที่สะสมในน้ำประปา จะมีผลกระทบกับปลา โดยจะทำให้ปลาเกิดเสียการทรงตัวแล้วตาย หรือ ทำให้ปลามีการอักเสบที่ตา มักปูดบวม ตาบอด เป็นต้น วีธีการกำจัดก๊าซที่สะสมอยู่ในน้ำประปา คือ รองน้ำประปาใส่ภาชะ ทำให้น้ำเกิดการกระจายตัวที่สุด เปิดผ่านฝักบัว หรือเจาะสายยางให้เป็นรู บีบให้เป็นละอองฝอย ใส่ภาชนะ จากนั้นใช้ปั้มอากาศเพื่อให้น้ำเกิดการหมุนเวียน ประมาณ 30-60 นาที เพื่อกำจัดก๊าซต่าง ๆ ที่สะสมอยู่ออกได้จนหมด
  • ค่าความเป็นกรดของน้ำประปา น้ำประปาอาจจะมีความเป็นกรดหลงเหลืออยู่ สามารถแก้ไขโดยการเติมปูนขาว หรือปูนแดง (ปูนที่ใช้กินกับหมาก) ใช้ประมาณ 1 ใน 3 ช้อนชา ต่อปริมาณน้ำ 100 ลิตร ใส่ลงไปในถักพักน้ำ

2. น้ำธรรมชาติ

เป็นน้ำที่มาจากแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง อ่างเก็บน้ำ หรือน้ำจากชลประทาน โดยทั้วไปน้ำประเภทนี้จะไม่ใส และปัญหาที่มักพบในน้ำธรรมชาติที่นำมาเลี้ยงปลาสวยงาม ได้แก่

  • เชื้อโรคหรือพยาธิที่มากับน้ำ เช่น ปรสิต พยายาธิต่าง ๆ ได้แก่ เห็บปลา หนอนสมอ หรือ ปลิงใส เป็นต้น ซึ่งเชื้อโรคที่มากับแหล่งน้ำเหล่านี้ ทำลายเนื้อเยื่อของปลา มักจะทำให้ปลาป่วย และติดโรค วิธีแก้ไข คือ การใช้ระบบกรองน้ำ โดยน้ำจากแหล่งต่าง ๆ เหล่านี้ก่อนที่จะนำมาใช้เลี้ยงปลา ต้องมีการพักน้ำ ควรพักน้ำไว้ประมาณ 5-7 วัน ซึ่งจะทำให้ตัวอ่อนของเชื้อโรคต่าง ๆ ที่ติดมากับน้ำตายไป
  • น้ำขุ่น ในช่วงที่มีฝนตกหนัก หรือ ฤดูฝน จะมีการชะล้างหน้าดินไหลลงสู่น้ำธรรมชาติ ซึ่งน้ำจะมีการขุ่นที่เกิดจากตะกอน ไม่สามารถนำไปใช้เลี้ยงปลาได้ วิธีแก้ไข คือ ต้องหมั่นทำความสะอาดวัสดุกรองบ่อย ๆ
  • ปริมาณน้ำไม่เพียงพอ คือ การประสบปัญหาน้ำขาดแคลน ฟาร์มปลาที่ใช้น้ำจากเขตชลประทาน หรือ แหล่งน้ำที่มรขนาดเล็ก ดังนั้น ควรมีบ่อพักน้ำสำรองไว้

3. น้ำบาดาล

  • น้ำบาดาลเป็นน้ำใต้ดินที่ถูกนำขึ้นมาใช้   เหมาะสำหรับฟาร์มปลาสวยงามที่มีกิจการไม่มากนัก   หรือรังปลา(ร้านขายส่งปลา)   ซึ่งมักตั้งอยู่แถวชานกรุงเทพฯ   จะมีการใช้น้ำในปริมาณค่อนข้างมากในแต่ละวันเช่นกัน   ถึงแม้ว่าจะมีน้ำประปาส่งไปถึง   แต่การแก้ไขปัญหาในน้ำประปาที่จำเป็นต้องใช้เป็นปริมาณมากในแต่ละวันนั้นทำได้ยาก   จึงจำเป็นต้องนำน้ำบาดาลเข้ามาใช้   คุณสมบัติของน้ำบาดาลนั้นจะใสและสะอาดเช่นเดียวกับน้ำประปา   อีกทั้งยังไม่มีคลอรีนตกค้างอยู่ในน้ำ   แต่น้ำบาดาลก็มีปัญหาที่ต้องพิจารณาดังนี้

 4. น้ำฝน

  • น้ำฝนนั้น ถือว่าเป็นที่นิยมในช่วงเวลาสมันก่อน ที่นำน้ำฝนมาเลี้ยงปลาสวยงาม ก็เพราะว่าน้ำฝนเป็นน้ำที่มีคุณภาพที่ถือว่าดีมาก มีความใส สะอาด จากธรรมชาติ และยังสามารถบริโภคได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบัน น้ำฝนค่อนข้างที่จะเป็นมลพิษทางอากาศ จึงทำให้ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของพวกสารพิษต่าง ๆ ในอากาศเป็นอย่างมาก ทำให้น้ำฝน จะซึมซับเอาสารพิษต่าง ๆ ไว้ โดยรวมถือว่าน้ำฝนในปัจจุบัน จะไม่แนะนำให้นำมาเป็นน้ำสำหรับเลี้ยงปลาสวยงาม จะทำให้ปลาที่เลี้ยงตายได้ และมีสีซีดลง และป่วยในหน้าฝน แต่ทางที่ดีเราควรจะเลี่ยงนะคะ
ปลาแออัด

ดังนั้น สรุปได้ว่า สาเหตุปลากระโดดออกจากบ่อ เกิดได้จากหลากหลายปัจจัย ผู้เลี้ยงปลาทุกท่าน ต้องหมั่นดูแล และสังเกตอาการของปลาด้วย ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ปลากระโดดออกมาจากบ่อได้ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ไม่ควรเลี้ยงปลาเยอะจนแออัด ในบ่อ จะทำให้ปลากระโดดออกจากบ่อ ปลาอาจจะมีอาการเครียด หรือเป็นแผลบริเวณลำตัว เพราะว่า ว่ายน้ำชนกัน

Login