ปลาคราฟ ติดเชื้อ

ปลาคราฟ ติดเชื้อ

ปลาคราฟ ติดเชื้อ โรคและการติดเชื้อ ในปลาคราฟ

ปลาคราฟ ติดเชื้อ เกิดจากหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้ปลาคราฟนั้นติดเชื้อต่าง ๆ และมีหลายโรค ที่ทำให้ปลาคราฟสามารถแพร่เชื้อ ไปยังอีกตัวได้ด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าหาเราหมั่นสังเกตอาการของปลาคราฟ เราจะสามารถ ช่วยชีวิตปลาคารฟได้

ปลาคราฟ มีแหล่งดั้งเดิมอยู่บริเวณประเทศอิหร่านค่ะ ปลาชนิดนี้แพร่พันธุ์ได้ทั่ว และโรครวมถึงการติดเชื้อของ “ปลาคราฟ” นั้น มีสาเหตุมากมาย หรือ อาจมีเชื้อที่เกิดขึ้นกับปลาคราฟได้หลายชนิด วันนี้ ผู้เขียนจะพาทุกท่านมาทำเข้าใจเกี่ยวกับโรคและวิธีการป้องกันและการรักษากันค่ะ มีทั้งเรื่องของ สาเหตุการติดเชื้อจากแบคทีเรีย, สาเหตุจากการติดเชื้อรา, และโรคปลาคราฟที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อกันค่ะ

โรคและการติดเชื้อในปลาคราฟ

ปลาคราฟ ติดเชื้อ สาเหตุการติดเชื้อจากแบคทีเรีย

  • โรคบวมน้ำหรือโรคไต : รู้จักในชื่อ pinecone สังเกตจากท้องบวมและเกล็ดหลุด โรคนี้เป็นสาเหตุตัวบวมค่ะ เพื่อสร้างของเหลวในเนื้อเยื่อ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas และ Pseudomonas สาเหตุอาจเกิดขึ้จากสภาพน้ำไม่ดี หรือ ออกซิเจนต่พ โรคบวมน้ำเจริญเต็มที่ ปลาคราฟ จะอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ค่ะ โรคนี้เป็นเหมือนกับโรคท้องผูกและโรคถุงลมปลาค่ะ การรักษา ด้วยยาปฏิชีวนะ เอ็นโรโกลด์ (Enro Gold) มีตัวยาโรฟลอคซาซิน 50% ใช้รักษาอาการอักเสบ ติดเชื้อต่าง ๆ ท้องบวม ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ อาจใช้วิธีแช่น้ำเกลือ ถ้าปลาไม่ตอบสนองต่อการรักษา 2-3 วัน ควรฆ่าทิ้งค่ะ
  • แผลเปื่อย (Furunculos Ulcer หรือ Disease) : ไม่ค่อยแสดงอาการ แต่จะแพร่เชื่อไปอย่างรวดเร็วค่ะ จะติดเชื้อที่เกล็ด การติดเชื้อแสดงอาการที่รอยกระแทกใต้เกล็ด ต่อมาจะเริ่มปริออก ทำให้แผลเปื่อย ซึ่งเป็นสาเหตุที่เรียกว่า “โรคแผลเปื่อย” การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ เอ็นโรโกลด์ (Enro Gold) มีตัวยาโรฟลอคซาซิน 50% กำจัดอาหารที่เหลือ การรักษาควรใช้เวลา 10 วันค่ะ
  • โรคครีบติดเชื้อ แบคทีเรียหรือหางเน่า : การต่อสู้ของปลาอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ครีบหรือบริเวณหางที่เจ็บได้ค่ะ ง่ายต่อการติดเชื้อ โรคนี้อาจเกิดคุณภาพน้ำไม่ดี ขณะที่ครีบบางส่วนหลุด เป็นชิ้นเล็ก ๆ หากอาการรุนแรงครีบจะค่อย ๆ กร่อนไปค่ะ รักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะแช่ลงไป ผสมเกลือโปแตสเซียม 8 ผลึก ต่อน้ำ 3 ส่วน 4 แกลลอน ทิ้งไว้ 5 นาที หลังจากนั้น เอาส่วนที่ติดเชื้อของหางและครีบออก ทาหางด้วย methylene biue หรือ ยาแผลแดง ควรทำโดยผู้ชำนาญนะคะ
  • โรคเหงือติดเชื้อแบคทีเรีย : สาเหตุมาจากแบคทีเรียหลายสายพันธุ์ การอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก คุณภาพของน้ำไม่ดี อาการของโรค คือ ความเสียหายของเส้นใยเหงือก เยื่อบุเมือกที่ผิว การหายใจที่ผิวน้ำ แก้ไขโดยการลดจำนวนปลาในบ่อลง และพัฒนาคุณภาพน้ำอยู่เสมอ ๆ ค่ะ
  • วัณโรคปลา : มาจากแบคทีเรีย ที่อวัยวะภายใน ปลาคราฟ ที่เป็นโรคนี้ตาจะบวมแดงแะลช่องท้องบวม พอง สาเหตุ ที่ทำให้เกิดส่วนใหญ่เกิดกับปลาที่ทานอาหารสดเป็นหลัก เช่น หนอนแดง ไรทะเล ลูกน้ำที่ไม่สะอาดพอ จนเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อไมดคแบคทีเรียนั่นเองค่ะ ฉะนั้นก่อนให้อาหารควรทำความสะอาดโดยใช้ด่างทับทิมแช่ประมาณ 10-15 นาที อาหารสดที่ตายแล้ว ไม่ควรให้กินนะคะ เพราะจะทำให้ปลาท้องอืดค่ะ อาจเป็นพาหะนำเชื้อให้กับปลาได้ การป้องกันรักษา ต้องทำความสะอาดอ่างหรือบ่อเลี้ยงอยู่เสมอ ๆ และอ่างหรือบ่อเลี้ยงไม่ควรแออัดนะคะ

สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อรา

  • โรคพุพอง,โรคซิฟิลิส : โรงพุพองมักจะเป็นกับปลาคราฟและปลาในตระกูลใกล้เคียง การติดเชื้อ ทำให้เกิดเมือก กลิ่น สีขาวขุ่นและชมพูเทา เคลือบบนผิวและครีบปลา ลักษณะอาการมักจะรุนแรง ต่อมาจะหายไปเอง สาเหตุที่เกิดโรคควรป้องกันและแยกปลาที่ติดเชื้อออก จนกว่าเมือกจะหายประมาณ 7-10 วัน น้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะช่วยให้อาการของโรคหายป่วย

โรคติดเชื้อจากพยาธิ

  • เห็บปลา : พยาธิสายพันธุ์ argulus สังเกตเห็นจากผิวบนตัวปลาค่ะ มีลักษณะกลม มีตาเด่น ส่วนของปสก ซึ่งใช่เกาะติดที่ตัวโฮสต์ สามารถย้ายที่ได้อย่างง่ายดาย เปลี่ยนสีร่างกายให้เหมือนกับที่มันเกาะ อาการ ปลาพยายามถูตัวกับสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่จะเอาเห็บออก ปลาบางตัวกระโดดเหนือน้ำ เพื่อที่จะเอาเห็บออก เห็บจะดูดเลือดและของเหลวออกจากตัวปลา ผ่านทางผิวหนังและเกล็ดค่ะ บางครั้งเห็บจะเกาะอยู่ที่ครีบ อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่แผล การรักษา คือให้ทายาแดง Malachite green หรือ methylene blue ที่แผลทุกแผล หรือใช้ฟอร์มาลีนแช่ปลาเพื่อฆ่าพยาธิค่ะ
  • หนอนสมอ (Lerneosis) : มีความยาวเหมือนเส้นด้าย ความยาว 6-12 มิลลิเมตร กว้าง 0.5-1.2 มิลลิเมตร พยาธิชนิดนี้ ตัวเมียมีหัวคล้ายสมอฝังอยู่ในตัวขิงโฮสต์ ปลามักจะถูตัวเพื่อเอาพยาธิออก ก่อให้เกิดการระคายเคือง และเลือดไหลตรงที่เกาะ ส่วนที่ยื่นออกมาคือ หนอนสีขาว อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่แผล หนอนสมอ จะเจาะที่ลำตัวของปลาทำให้ปลาติดเชื้อ และวางไข่บนผิวหนังของปลา ปลาจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร ผอมแห้ง กระพุ้งแก้มเปิดอ้า มีจุดสีแดงเป็นจ้ำ ๆ ค่ะ ตามลำตัว ครีบ และเหงือก อาจมีการอักเสบ การรักษา แยกปลาออกจากบ่อ ใช้ BSDP ในอัตราส่วน 3-5 กรัม ต่อน้ำ 1 ตัน (1,000 ลิตร) ใช้รวมกับเกลือได้ ผสม BSDP ที่ชั่งตวงแล้วกับน้ำเปล่าให้เจือจาง แล้วค่อย ๆ เติมลงบ่อกรองช่องแรกอย่างช้า ๆ 30-60 นาที *หากปลาามีอาการแผลอักเสบต่างๆ ควรคลุกยาปฏิชีวนะ เคลือบด้วยไคโตซานให้ปลาที่ยังกินอาหารได้อยู่ **หากปลาไม่กินอาหารแล้ว ใช้การแช่ยาปฏิชีวนะจับฉีดค่ะ
  • ปลิงใส (Fluke) : เป็นปรสิตที่มีขนาดเล็ก ไม่มีปล้อง มีขอเกี่ยว พบที่บริเวณเหงือกและเมือกของปลา ถ้าพบบริเวณเหงือก จะสังเกตเห็นกระพุ้งแก้มเผยอเล็กน้อย เหงือกซีด ถ้าพบที่ลำตัว ปลาจะขับเมือกออกมามากผิดปกติ มักพบที่ผิวหรือเกล็ดปลา เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหนอน พยาธิเกาะกินเลือดกินเนื้อ ปลิงพวกนี้แข็งแรง การรักษา ควรแช่น้ำเกลือด้วยส่วนผสมเกลือ 8 ช้อนชา ต่อน้ำ 1 แกลลอน นำปลาใส่ไม่เกิน 10 นาที หลังจากนั้นสามารถใช่คีมคีบหนีบปลิงออกได้อย่างง่ายดายค่ะ
  • โรคอี๊คหรือโรคจุดขาว : พบได้บ่อยในระยะที่อากาศเย็น อาการที่ปรากฏคือ ปลาจะมีตุดสีขาวหรือเทา ขนาด 00.5-1.0 มิลลิเมตร ตามลำตัว เหงือก ครีบ บางครั้งก็จะพบอยู่ใจ้ชั้นผิวด้านนอก จะมีจุดขาว เม็ดเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นตามตัว เป็นปรสิต lchthyophthirius ชนิดธรรมดาทั่วไป การรักษา โดยการย้ายปลาที่แสดงอาการออกไว้ในถังกัก ทดลองโดยการแช่เกลือประมาณ 10 วัน เพื่อฆ่าเชื้อก่อนจะแพร่ไปยังปลาตัวอื่นๆ ค่ะ
ตัวอย่างปลาติดเชื้อและโรค

โรคปลาคราฟที่ไม่ได้เกิดจากจากติดเชื้อ

  • โรคถุงลม : สังเกตจากการที่ปลาว่ายน้ำได้ไม่เต็มที่ จะว่ายไปข้างใดข้างหนึ่ง หรืออาจจะหงายท้อง เกิดจากผูก การฟกช้ำ การต้อสู้ การผสมพันธุ์หรือจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุจากคุณภาพน้ำไม่ดี วิธีการรักษา แก้ไขด้วยการรักษาบริเวณที่ฟกช้ำ ปัญหาคือ ไม่สามารถตรวจดูแผลทั้งหมดได้ ถ้าสงสัยว่า เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ควรปรับปรุงคุณภาพของน้ำ และรักษาปลาด้วยยาปฏิชีวนะ ถ้าเกิดจากการท้องผูก ควรเปลี่ยนอาหารปลา และสังเกตดูความเปลี่ยนแปลงของปลาค่ะ
  • ตาโปน : โรคนี้ทำให้ปลาตาโปนจากเบ้าตา สังเกตอาการได้ง่าย ปลาที่เป็นโรคมักอยู่ในน้ำคุณภาพไม่ดี และมีแรงกดดัน การรักษาอาจต้องใช้เวลาหลายวัน ควรงดให้อาหารปลา 2-3 จนกว่าจะเปลี่ยนและถ่ายน้ำในบ่อให้เรียบแล้วค่ะ โดยการจับปลาไปแช่ไว้ในน้ำที่มีใบหูกวาง 2-3 วัน อาการตาปูดก็จะหายไป เพราะยางของใบหูกวางที่ละลายอยู่ในน้ำ จะช่วยรักษาแผลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีเช่นกันค่ะ

เมื่อเราได้รับทราบโรคบางโรคของปลาคราฟแล้ว บางชนิดจะรุนแรง บางชนิดไม่รุนแรง การใช้ยาหรือสารเคมีรักษาเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ดั้งนั้นควรป้องกันปัญหา โดยวีธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อให้สะอาด หมั่นทำความสะอาดระบบกรอง และวัสดุกรองอย่างน้อยเดือนละครั้งค่ะ หรือให้อาหารปลาที่ดีแก่ปลา สังเกตพฤติกรรมของปลา เอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลาจะมีสุขภาพที่ดีได้ และเพื่อความไม่ประมาท ผู้เลี้ยงปลาคราฟ อย่าเคลื่อนย้ายปลานอกพื้นที่เลี้ยง เมื่อพบปลาป่วยเป็นโรค ถ้าปลาตายก็ให้เผาและฝังดิน อย่านำไปทิ้งในแหล่งน้ำสาธารณะ และอุปกรณ์เลี้ยงปลาคราฟควรหมั่นทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ น้ำที่ใช้เลี้ยงปลาคราฟ ก่อนจะปล่อยทิ้งควรฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อดรคแพร่กระจายเป็นวงกว้างนั่นเองค่ะ

Login