เห็บปลา อันตรายไหม?

เห็บปลา
โรคเห็บปลา

เห็บปลา คือ เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นปรสิตสัตว์น้ำ และเป็นปรสิตภายนอก มีลักษณะตัวกลม แต่แบน และใส คล้ายจานคว่ำ ลำตัวของมันจะมี สีเขียวปนเหลือง หรือ น้ำตาลค่ะ ส่วนด้านหลังของมัน จะมีลักษณะ โค้งมน ลำตัวเป็นปล้องเชื่อมติดกัน ส่วนปาก จะเป็นอวัยวะดูดเกาะ มักโจมตีที่ผิวของปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณโคนครีบ โดยการดูดด้วยท่อดูด ที่มีลักษณะเหมือนเข็มของมัน และเห็บปลาจะใช้วิธีการสอดเข็มบริเวณปากของมันเข้าสู่ตัวหยื่อ และดูดของเหลวหรือเลือดภายในตัวเหยื่อ ด้วยปากที่มีลักษณะเหมือนงวง ปลาที่โดนเห็บกัด จะว่ายน้ำอย่างกระวนกระวาย อาจจะกระโดดบ้าง เพราะท่อดูดบริเวณของปาก จะปล่อยสารที่เป็นพิษ ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองออกมาด้วย

เห็บปลา (Fish louse or Fish Lice) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Argulus sp. จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับแมลง กุ้ง ปู ต่าง ๆค่ะ เป็น “ปรสิตภายนอก” พบในปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม เช่น ปลาตะเพียน ปลาไน ปลาทอง ปลาแรด ปลาหมอ ปลากระพงขาว รวมทั้งพบในกบและคางคก อีกด้วยค่ะ ซึ่งจะเกาะบริเวณต่าง ๆ ภายนอกตัวปลา เช่น ตามครีบ ลำตัว ส่วนหัว ทุก ๆ ส่วนที่มันพอจะมีพื้นที่เกาะได้ โดยจะเกาะดูดเลือด และย่อยสลายผิวหนังปลาบริเวณนั้นกินเป็นอาหาร

นอกจากนั้น ตัวแก่ยังสามารถเป็นพาหะของเชื้อไวรัส และแบคทีเรียได้หลายชนิดอีกด้วยค่ะ และก็มีความยาวขนาดตั้งแต่ 6-22 มิลลิเมตร และยังมีการจัดลำดับทางอนุกรมวิธาน ดังนี้ (อนุกรมวิธาน (taxonomy) คือ เป็นการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็นหทวดหมู่ตามสายวิฒนาการ)

  • Phalum Arthropoda
  • Subphylum Crustacea
  • Class Maxillopoda
  • Subclass Branchiura
  • Order Arguloida
  • Family Argulidae
  • Genus Argulus

ลักษณะของ เห็บปลา

เห็บปลา

เห็บปลา มีขนาดที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ขนาด 4-9 มิลลิเมตร) จึงง่ายที่สังเกตุเห็น ซึ่งจะมีลักษณะ กลม คล้ายกับจานคว่ำ มีสีเขียวอ่อน สีเขียวแกมเหลือง หรือสีน้ำตาลค่ะ เกาะบริเวณหัว ครีบ และลำตัว หากปลาที่ติดมานาน อาจพบแผลตกเลือกเล็ก ๆ กระจายทั่วตัวปลา และปลาอาจมีการว่ายน้ำผิดปกติ ว่ายน้ำถูกับบ่อหรือตู้ค่ะ

ลักษณะและอาการของโรค

เห็บ มีตารวม 2 ตา แต่ระหว่างตา มีตาเดี่ยวคั่นระหว่างกลางค่ะ ตาทั้ง 3 จะมีวงกว้างขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เป็นอวัยวะ สำหรับเกาะตัวปลา มีปากอยู่หลังวง มีท่อทางเดินอาหารสั้น มีขา 6 คู่ คู่ที่ 1-4 จะเห็นได้ชัดเจน ส่วนขาคู่ที่ 5 และ 6 จะมองเห็นไม่ชัด ส่วนหางยื่นออกมาเป็น 2 แฉก และอวัยวะสืบพันธุ์จะอยู่ที่บริเวณท้องค่ะ เห็บปลาตัวผู้ จะมีถุงอัณฑะ 1 คู่

ส่วน เห็บปลาตัวเมีย มีถุงรับน้ำเชื้อ (Spermatheca) เก็บไว้ผสมพันธุ์ โดยมีรังไข่อยู่บริเวณกลางตัว โดยตัวผู้จะเข้ามาเกาะด้านหลัง และปล่อยน้ำเชื้อเข้าไป

หลังจากนั้น จะวางไข่ติดรวมกันเป็นก้อน บนไม้น้ำ ก้อนหิน ผิวตู้กระจก หรือวัตถุแข็ง ๆ ในน้ำ เป็นต้นค่ะ ไข่มีสีเหลืองซีด ลักษณะแบนบางชนิดวางได้ได้ถึง 400 ฟอง ไข่ใช้เวลา 15-55 วัน จึงฟักออกเป็นตัว แต่ตัวเมียที่วางไข่แล้วจะตายค่ะ

ซึ่งถ้าไข่จะฟักออกเป็นตัวภายใน 9-15 วัน ตัวอ่อนว่ายน้ำเป็นอิสระประมาณ 20-24 ชั่วโมง. แล้วจะเข้าเกาะปลา และเมื่อเกาะปลา 3-5 วัน จะลอกคราบ 6 ครั้ง ถึงจะโตเต็มวัย ก็เจริญพร้อมที่สิบพันธุ์ได้ แต่ถ้าหากไม่สามารถเกาะปลาภายใน 20-24 ชั่วโมงได้ มันจะตายลง และมักจะเจริญพันธุ์ได้ดีในช่วงเมษายนถึงพฤศจิกายน มักจะถูกนำเข้าสู่บ่อหรือ ระบบเลี้ยงปลาจากตัวของปลาเอง โดยมักจะพบได้บ่อยเมื่อมีการนำปลาจากบ่ออื่นเข้ามาร่วมเลี้ยง หรือมากับปลาใหม่นั่นเองค่ะ

โรคเห็บปลา กำจัดได้ง่ายๆ

การป้องกัน

  1. ย้ายปลาที่ตาย หรือเห็บเกาะออกจากบ่อ
  2. กรองน้ำด้วยถุงกรองป้องกันเห็บปลาตัวโต
  3. เตรียมบ่อโดยการตากแห้ง โรยปูนขาว

ทั้งนี้เพื่อกำจัดทั้งตัวอ่อน ตัวเต็มวัยของปรสิต และโปรโตซัวภายนอกอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้เรายังมีทางเลือกให้กับผู้ที่รักในการเลี้ยงปลา ที่ต้องการยารักษา “โรคเห็บปลา” มาให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกค่ะ คือยา “ดิมิลิน” (Dimilin) ซึ่งใช้ได้ผลดีในการกำจัด เห็บปลา ค่ะ

การใช้ยารักษา

ยาดิมิลิน (Dimilin)

       ดีมิลินมีคุณสมบัติการยับยั้งการสร้างเปลือกแข็งของสัตว์หรือแมลงประเภทที่ต้องสร้างเปลือกแข็งภายนอกประเภท Chitin ในการหุ้มห่อตัว (Crustacean) เช่น กุ้ง ปู แมลงปีกแข็งทั้งหลาย ด้วยคุณสมบัติแบบนี้ มันจึงมีฤทธิ์ทาให้ปรสิตประเภท หนอนสมอ เห็บปลา ที่ต้องอาศัยการลอกคราบปีละหลายๆ ครั้งในการเติบโต ไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ เพราะเมื่อตัวอ่อนนิ่มข้างในเติบโตขึ้น และสลัดเปลือกแข็งหุ้มตัวออกไปแล้ว แต่กลับไม่สามารถสร้างเปลือกแข็งอันใหม่มาห่อหุ้มตัวมันเองในที่สุดมันจึงตายไป

ขั้นตอนการใชยา ดีมิลิน

  • ขั้นตอนแรก เตรียมบ่อกักขนาด 200 ลิตร แนะนำควรมีถังกรองแยก 1 ชุด และ หัวชุดออกซิเจน 1 หัว
  • จากนั้นนำปลามาแช่น้ำอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้น้ำในถุงกับน้ำในบ่อเท่ากันเพราะจะทำให้ปลาน็อคน้ำได้ หากเทปลาลงบ่อที่เตรียมไว้เลย
  • รอดูอาการปลา 20-30 นาที ถ้าปลาว่ายน้ำปกติ
  • ใส่เกลือสำหรับปลาคราฟอัตราส่วน 300 กรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร แล้วรอให้เกลือละลาย
  • ใช้ดิมิลิน ในอัตราส่วน 0.5-1.5 ช้อนชา ปาดเรียบ
    ต่อปริมาตรน้ำ 1000 ลิตร (1 ตัน)
  • ใส่วันที่ 1,4,7,14,21,28
  • ให้อาหารปลาเล็กน้อยตอนเช้าวันที่ 4, 8,12, 16, 20, 24, 28 จากนั้นตอนเย็นเปลี่ยนน้ำใหม่ 20%

การเปลี่ยนน้ำใหม่

  • วันที่ 4, 8 ใช้น้ำสะอาด 20% พร้อมตรวจเช็คสุขภาพปลา
  • วันที่ 12, 16, 20, 24, 28 ใช้น้ำจากบ่อหลัก 20% พร้อมตรวจเช็คสุขภาพปลา
  • วันที่ 20 นำปลาในบ่อหลักมาเลี้ยงรวมด้วย 1 ตัว
  • วันที่ 30 ตรวจสุขภาพปลาในบ่อกัก หากแข็งแรงทุกตัว นำลงบ่อเลี้ยงหลักได้เลย

Login