โรคหนอนสมอ ปลาคราฟ/ปลาคาร์ฟ

โรคหนอนสมอ ลักษณะอาการของปลา

โรคหนอนสมอ

โรคหนอนสมอ ปลาที่เป็นโรคนี้จะมีอาการซึมลงค่ะ เบื่ออาหาร จะไม่ค่อยกินอาหาร ผอมแห้ง กระพุ้งแก้มเปิดอ้า บริเวณผิวหนัง ปาก และครีบ จะมีรอยสีแดงเป็นจ้ำ ๆ ตามลำตัวจะมีรอยช้ำเลือด อาจจะมีอาการอักเสบ และจะมี โรคของปลา หรือ “หนอนสมอ” เกาะติดอยู่ที่แผล จากนั้นปลาจะปล่อยเมือกออกมาทำให้น้ำขุ่น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าปลากำลังไม่สบาย และโรคนี้อาจจะทำให้ปลาตายได้ค่ะ สาเหตุอาจเกิดจากการหมกหมักของน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุอาจก่อให้เกิดโรค หรือ เกิดจากการที่นำปลาที่ซื้อมา แล้วนำมาเลี้ยงโดยไม่ผ่านการกักบริเวณดูอาการ หรือ การพักโรคก่อน จึงทำให้ติดจากปลา หรือเหยื่อปลาที่ซื้อมานั่นเองค่ะ

สวัสดีนักเลี้ยงปลาทุกท่าน ที่รักการอ่าน และรักการเลี้ยงปลาทุกท่าน ผู้เขียน นำสาระน่ารู้มาให้ท่านได้รับทราบกัน สาระที่ว่า ก็คงไม่พ้นเรื่องของปลานั่นแหละค่ะ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรมาติดตามกันเลย

จริงแล้ว ๆ การเลี้ยงปลานั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป ถ้าท่านมีความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาติดตัวอยู่บ้าง ท่านที่เคยมีประสบการณ์เลี้ยงปลามาแล้ว คงทราบดีว่า การเลี้ยงปลานั้น ปัญหาส่วนใหญ่ก็คือ โรคภัยไข้เจ็บนั่นเองค่ะ ซึ่งโรคของปลานั้น ก็มีอยู่หลายโรค ยาที่ใช้รักษานั้นก็มีอยู่มากมาย หลากหลายชนิด เราจะทยอยแนะนำท่านในครั้งต่อไป ……. แต่สำหรับครั้งนี้ ผู้เขียนจะขอเสนอเรื่องของ “โรคหนอนสมอ” กันก่อนนะคะ โรคนี้จะเป็นอย่างไร มาดู….มาทำความรู้จัก กับ โรคหนอนสมอ และวงจรชีวิตกันเลยค่ะ

พยาธิ

โรคหนอนสมอ คืออะไร ?

หนอนสมอ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lernaea sp. จัดอยู่ในกลุ่มไฟลั่ม (Phylum) เป็นพวกเดียวกันกับแมลง และ กุ้ง ปู นั่นเองค่ะ หรือ กลุุ่ม โคพีพอด ต่าง ๆ ซึ่งเป็นครอบครัวของหนอนสมอชนิดต่าง ๆ หนอนสมอ เป็นพยาธิที่พบในปลาน้ำจืด การแพร่ระบาดของโรคนี้มักจะพบในช่วงฤดูร้อน มากกว่าฤดูอื่นค่ะ และสามารถแพร่กระจายเชื้อไปอย่างรวดเร็ว หนอนสมอ จะมีส่วนหัวซึ่งเหมือนสมอเรือ ยื่นออกไป 2-4 อัน ขึ้นอยู่กับชนิดของหนอนสมอค่ะ หนอนสมอ จะใช้ส่วนหัวฝังเข้าไปในเนื้อเยื่อปลา ส่วนของคอและลำตัว เป็นรูปทรงกระบอก ส่วนปลายสุดจะมีถุงไข่ 1 คู่ เมื่อไข่แก่ จะฟักตัวออกเป็นตัวอ่อน และจะพัฒนาเป็นตัวโตเต็มวัย ส่วนตัวอ่อนระยะสุดท้าย เป็นระยะที่เข้าทำอันตรายต่อปลา โดย หนอนสมอ จะเกาะตามผิวลำตัวปลา เพื่อกินเมือกและของเหลวในเนื้อเยื่อปลา จากนั้น จะพัฒนาส่วนหัวเป็นที่ยึดเกาะ บริเวณที่ยึดเกาะจะมีบาดแผล และเลือดซึมออกมาค่ะ อาจจะมองเป็นรอยช้ำ ถ้าเราสังเกตอย่างละเอียดมักพบว่า บริเวณตามผิวตัวปลา ครีบ ซอกเกล็ด บริเวณช่องปาก และขากรรไกร จะมีชิ้นส่วน ที่มีลักษณะเหมือนกับเส้นด้ายติดอยู่ และมีอาการตกเลือดด้วย ซึ่งลักษณะที่เหมือนกับเส้นด้ายนี้ คือ พยาธิชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดใหญ่ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งเราเรียกพยาธิชนิดนี้ว่า หนอนสมอ นั่นเองค่ะ โดยทั่วไป หนอนสมอ จะมีความยาวประมาณ 10-22 มิลลิเมตร กว้าง 0.5-1.2 มิลลิเมตร เป็นปรสิตที่พบในปลาน้ำจืดได้หลากหลาย ไม่จำกัดชนิด มีวงจรชีวิต 3 ระยะ คือ ระยะตัวอ่อน เป็นระยะที่ไม่กินอาหาร จะทำการลอกคราบหลายครั้ง เพื่อเข้าสู่ระยะต่อไป และว่ายน้ำหาโฮสต์ หรือ ปลาที่เคราะห์ร้ายเกาะ เมื่อหาปลาที่เกาะได้แล้วจะเข้าสู่ระยะ copepodid ซึ่งจะมีขนาดเล็ก สามารถเคลื่อนที่ไปยังส่วน ต่าง ๆ บนเมือกผิวปลาได้ แต่ยังไม่ทำอันตรายต่อปลาค่ะ ต่อจากนั้นก็จะทำการผสมพันธุ์กัน เมื่อภายหลังผสมพันธุ์แล้ว หนอนเพศเมียจะใช้ส่วนหัว ซึ่งประกอบไปด้วยตะขอแหลมคม 4 อัน เจาะฝังลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อปลา เรียกระยะนี้ว่า physogastric นั่นเองค่ะ หนอนสมอเพศเมีย จะมีถุงไข่ขนาดใหญ่สองถุง ห้อยติดอยู่บริเวณท้ายลำตัว ซึ่งบรรจุไปด้วยไข่มากมาย กว่า 700 ฟอง ซึ่งจะแตกออก กลายเป็นตัวอ่อน microscopic free-swimming ต่อไป วงจรชีวิตทั้ง กินเวลา ประมาณ 15 วัน ค่ะ

หนอนสมอ

วิธีการป้องกันและรักษา

  1. ควรย้ายปลาที่มีหนอนสมอเกาะอยู่ ไปไว้บ่ออื่น ประมาณ 3-4 อาทิตย์ค่ะ ทั้งนี้ เพื่อกันไม่ให้ตัวอ่อนของหนอสมอที่เพิ่งออกเป็นตัวเมียมีที่ยึดเกาะ ดังนั้น ก็จะทำให้มันตายไปเองได้นั่นเองค่ะ
  2. ผสม BSDP ในอตราส่วน 3-5 กรัม ต่อน้ำ 1 ตัน (สามารถใช้ร่วมกับเกลือได้นะคะ) โดยผสม BSDP ที่ชั่งตวงแล้วกับน้ำเปล่าให้เจือจาง แล้วค่อย ๆ เติมลงบ่อกรองช่องแรกข้า ๆ 30-60 นาที
  3. หากปลามีอาการแผลอักเสบต่าง ๆ ควรคลุกยาปฏิชีวนะ เคลือบด้วยไคโตซานให้ปลาที่ยังกินอาหารได้อยู่ หากปลาที่ไม่กินอาหารแล้ว ใช้การแช่ยาปฏิชีวนะจับฉีด

ข้อแนะนำการเลี้ยงปลา

  • สังเกตุอาการว่ายน้ำของปลา ว่าผิดปกติหรือไม่ เช่น ปลามีอาการลอยหัว
  • ลักษณะนิสัยการกินน้อยลงหรือไม่
  • ลำตัวมีแผลและตาขุ้นหรือไม่ ครีบแหว่ง ถ้ามีสิ่งผิดปกติเหล่านี้ แสดงว่าปลาของคุณผิดปกติ หรือติดโรคเข้าแล้วค่ะ
ข้อควรรู้ ! : BSDP ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ปรสิต หรือ หนอนสมอ ออกฤทธิ์ทำลสยเชื้อโรควงกว้าง รวมทั้งเชื้อ KHV ซึ่งยาตัวนี้ไม่มีผลกระทบ จ่อความเป็นกรด-ด่าง ความเค็มของน้ำ ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ

ยารักษาโรคหนอนสมอ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาหลาย ๆ ท่าน ทั้งมือใหม่ และมือสมัครเล่น ผู้เขียนคิดว่านักเลี้ยงปลาทั้งหลาย คงพบเจอกับปัญหาโรคนี้อยู่ ทั้งปลาน้ำจืด ปลากระชัง หรือแม้แต่ปลาสวยงามอย่าง ปลาคราฟ คงประสบกับปัญหาของปลา มาแล้ว หลาย ๆ ท่านคงแก้ไขได้ทันเวลา แต่อาจมีบางท่านที่ต้องสูญเสียปลาไป หรืออาจจะเป็นเพราะประสบการณ์น้อยเกินไป ก็ถือว่าเป็นบทเรียน ที่จะต้องพัฒนาตัวเองและค้นคว้าหาข้อมูล เพื่อเป็นพื้นฐานในการเลี้ยงปลาต่อไปนะคะ แต่สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การเลี้ยงปลาน้อย แล้วพบเจอกับปัญหานี้อยู่ ผู้เขียนก็มีวิธีการรักษาด้วยยา BSDP มาแนะนำค่ะ ซึ่งยาตัวนี้ เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ปรสิต ไวรัส โปรโตรซัว และหนอนสมอ

ตารางการให้ยา

ใส่วันที่ : 1,5,9,14,21,28 จากนั้นต้องลดการใช้อาหารปลาด้วย

วิธีการใช้ยา

BSDP (Broad Spectrum Disinfectant and Parasite Killer)   

BSDP
BSDP

BSDP ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส, โปรโตรซัว ปลิงใส เห็บระฆัง ปรสิต หนอนสมอ เห็บปลา ออกฤทธิ์ทำลายเชื้อโรคในน้ำได้ในวงกว้าง รวมทั้งเชื้อ KHV  ไม่มีผลกระทบต่อความเป็นกรด-ด่าง, ความกระด้าง, ความเค็มของน้ำ, ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณอ๊อคซิเจนในน้ำ

ขั้นตอนการใช้ยา BSDP

  • ขั้นตอนแรก เตรียมบ่อกักขนาด 200 ลิตร แนะนำควรมีถังกรองแยก 1 ชุด และ หัวชุดออกซิเจน 1 หัว
  • จากนั้นนำปลามาแช่น้ำอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้น้ำในถุงกับน้ำในบ่อเท่ากันเพราะจะทำให้ปลาน็อคน้ำได้ หากเทปลาลงบ่อที่เตรียมไว้เลย
  • รอดูอาการปลา 20-30 นาที ถ้าปลาว่ายน้ำปกติ
  • ใส่เกลือสำหรับปลาคราฟอัตราส่วน 300 กรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร แล้วรอให้เกลือละลาย

ตารางการใช้ยา

ใส่วันที่ : 1,5,9,14,21,28

วันที่งดอาหาร : 1-3,5-7,9-11,14-16,21-23

วันที่ให้อาหารได้ : 4,8,12,13,17-20,24-27 หลังจากวันที่ 30

เริ่มจากการแยกปลาออกมากักโรค ผสมยา BSDP ในอัตราส่วน 3-5 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน (ใช้ร่วมกับเกลือได้)  โดยผสม BSDP ที่ชั่งตวงแล้วกับน้ำเปล่าให้เจือจาง แล้วค่อยๆ เติมลง

จากนั้นอาการปลาจะดีขึ้นตามลำดับ

Login