โรคหาง และครีบเปื่อย

โรคหาง และครีบเปื่อย

โรคหาง และครีบเปื่อย มักพบอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปลาตัวเล็ก โดยจะเกิดตามบริเวณ ปลายครีบก่อน และค่อย ๆ ลามเข้าไป จนทำให้ดูเหมือนว่า ครีบมีขนาดเล็กลง แต่บางครั้งครีบจะกร่อนไปจนหมด ปลาที่พบว่า เป็นโรคนี้ ได้แก่ ปลาดุก ปลาเงิน ปลาทอง และปลาสวยงามอื่น ๆ อีกหลายชนิด สาเหตุอาจเกิดมาจากน้ำที่ใช้เลี้ยงปลานั้นสกปรก มีตะกอน หรือเศษอาหารเหลือ และทับถมอยู่ที่ก้นบ่อ ทำให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคนั่นเองค่ะ หรือออาจ เกิดขึ้นจากการต่อสู้ของปลา อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ที่ครีบหรือหางบริเวณที่เจ็บ ง่ายต่อการติดเชื้อโรค

โรคหาง และครีบเปื่อย ลักษณะและอาการ

ปลาจะมีอาการเซื่องซึม ไม่ค่อยกินอาหาร และมักจะว่ายน้ำสั่นกระตุกเป็นพัก ๆ ครีบ และหางจะมีลักษณะขาด และแหว่ง คล้ายกับถูกกัด บริเวณปลายครีบ และหางจะมีสีขาวขุ่น หรือแดง และค่อย ๆ ลุกลามไปเรื่อย ๆ จนครีบ และหางของปลาหดหายไป ซึ่งจะทำให้ปลาตายไปในที่สุด โรคนี้เกิดจากปลา ได้รับเชื้อโปรโตซัว และมีการติดเชื้อแบคทีเรียรวมด้วยค่ะ หรืออาจรวมไปถึง น้ำในบ่อที่เลี้ยงปลาไม่สะอาด สกปรก มีเศษอาหารหมักหมม ทำให้เป็นสาเหตุ ของการเกิดโรคได้อีกด้วยนะคะ

ลักษณะครีบและหางเปื่อย

โรคหาง และครีบเปื่อย วิธีการรักษา

  • นำปลาไปแช่ไว้ในน้ำ ที่ละลายด้วยยาเหลืองค่ะ ในอัตราส่วน 500 ppm. แช่เป็นเวลานาน 20 นาที หรืออาจผสมยาปฏิชีวนะ ลงในอาหารสำเร็จรูป ให้ปลากินในอัตราส่วน 55 มิลิกรัม / น้ำหนักตัวปลา 1 กิโลกรัม หรือถ้าต้องการสะดวกอาจใส่ยาปฏิชีวนะ ลงในน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาในอัตราส่วน 10-20 ppm.
  • แช่ปลาป่วยด้วยฟอร์มาลิน 25-45 ซีซ / 1,000 ลิตร แช่ปลานาน 2 วันค่ะ
  • ใช้ยาฏิชีวนะ จำพวก เอ็นโรโกลด์ (Enro Gold) มีตัวยา เอ็นโรฟลอคซาซิน ใช้รักษาอาการอักเสบ และติดเชื้อต่าง ๆ ในอัตราส่วน 1-2 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ปลานาน 2-3 วัน
ตัวอย่างปลาที่ครีบและหางเปื่อย

การคลุกอาร

ในกรณีที่ปลา ยังกินอาหารได้ตามปกตินะคะ ให้ผสมเอ็นโรโกลด์ ในอัตราส่วน 3 ช้อนชา ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม (หากคลุกอาหาร น้อยกว่า 1 กิโลกรัม ให้ลดปริมาณยา ลงตามส่วน) แล้วเคลือบด้วย เลซิติน หรือไคโตซาน รอจนแห้งหมาด ให้อาหาร ที่คลุกยาเรียบร้อยแล้ว ตามอัตราปกติ ติดต่อกัน 3-7 วัน เพื่อให้ได้ผลเต็มที่ และป้องกันการดื้อยา

การใส่ยาลงในน้ำ

ในกรณีที่ปลาป่วย จนไม่กินอาหารแล้ว ให้แยกปลาป่วยออกมาใส่ในอ่างรักษา ที่ปริมาตรน้ำไม่มากนักนะคะ แล้วผสมเอ็นโรโกลด์ 1 ช้อนช้า ต่อน้ำ 100 ลิตร ถ่ายน้ำใหม่ 20-25% ทุก ๆ วัน และเติมยาใหม่ ติดต่อกัน 3-7 วันค่ะ ** สามารถใช้ร่วมกับเกลือได้นะคะ ในอัตราส่วนเกลือ 1 – 3 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1 ตัน (1,000 ลิตร) **

อาการครีบ และหางป่วยเป็นชื่อของโรค ทำให้คุณไม่สามารถจับประเด็นอะไรได้เลย เมื่อได้รับข้อมูลมากจากที่ต่าง ๆ มา แต่เมื่อใดที่คุณทำความเข้าใจได้ว่า ครีบและหางเปื่อย นั้นเป็นอาการ ไม่ใช่ชื่อโรค เมื่อนั้นคุณก็จะแยกแยะการใช้ยาได้ถูกต้องค่ะ

เพราะว่าโรคต่าง ๆ หลายโรค เชื้อต่าง ๆ หลายเชื้อ ต่างก็แสดงอาการออกมาได้เหมือน ๆ กัน คือ อาการเปื่อย แต่การรักษา ตลอดจนสาเหตุ ต้นเหตุนั้นต่างกันมากมาย และที่สำคัญ คือ ข้อมูลต่าง ๆ นั้น มีทั้งเก่าและใหม่ จากผู้รู้จริง ผู้ไม่รู้ ผู้มีประสบการณ์ หรือแม้แต่ผู้ไม่มีประสบการณ์ แต่อ่านเอาจากตำราเก่า ๆ ตลอดจนผู้ที่ให้ข้อมูลผิด ๆ มากมาย เราต้องแยกแยะให้ออกด้วยนะคะ

ทั้งนี้ ผู้เขียนจึงอยากให้ผู้รักในการเลี้ยงปลาทุก ๆ ท่าน ทราบถึงสาเหตุของอาการ หรือลักษณะของโรคอย่างแท้จริง ที่จะนำไปสู่การรักษา และดูแลได้อย่างถูกวิธีค่ะ วันนี้ผู้เขียนจึงมี ยาปฏิชีวนะ เอ็นโรโกลด์ (Emro Gold) มีตัวยา เอ็นโรฟลอคซาซิน (Enrofloxacin) 50% ซึ่งใช้รักษาอาการติดเชื้อต่าง ๆ ทั้งอาการติดเชื้อในช่องท้อง ท้องบวม ช้ำเลือดปริเวณตุ่มครีบ ใต้ท้อง ช่องเพศ รวมไปถึงโคนหาง ได้อีกด้วยค่ะ

Login